สวัสดีค่ะ ชื่อเบญนะคะ อยากจะเล่าประวัติสั้น ๆ หรือแรงบันดาลใจที่ทำให้เบญได้มาทำ Fight For Fluency ค่ะ

เบญเป็นคนที่ชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก ชอบฟัง ชอบเรียน ทุกครั้งที่มีสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่โรงเรียน เบญก็จะตั้งใจมาก และก็พยายามทำคะแนนออกมาให้ได้ดี ๆ ค่ะ จนช่วงเรียน ปวช. เนื่องจากแม่กลัวว่าจะไม่มีเงินส่งไปมหาลัย

เบญก็เลยตัดสินใจเรียน Business Computer แทนศิลป์ภาษา ทุกครั้งที่มีวิชาภาษาอังกฤษที่วิทยาลัย เบญก็จะตื่นเต้นมาก ๆ แม้กระทั่งตอนนั้นเราน่าจะได้เรียนกันแค่ 1 ชั่วโมง / อาทิตย์ แต่สิ่งที่เบญเห็นก็คือ ภาษาอังกฤษของเบญไม่ไปไหนเลย เรียนแค่ “What’s your name?, What’s your phone number?” ประมาณนั้นเอง

จนตอนอายุ 17 เบญได้มีโอกาสไปช่วยงานอาสาสมัครที่ฟิลิปปินส์ เป็นการออกนอกประเทศไทยครั้งแรก

คงไม่ต้องให้บอกเนอะว่าปีอะไร เดี๋ยวจะรู้อายุค่ะ 555

และก็ได้ไปทำกิจกรรมมากมาย ที่ต้องคุยกับคนอื่น และพูดภาษาอังกฤษ

แต่ตอนนั้นเบญก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย มีพี่ที่เป็นคนไทยไปด้วย เค้าก็ต้องคอยแปลให้เบญตลอด สงสารเค้ามาก แต่ก็ขอบคุณเค้ามากเหมือนกัน

ถ้าไม่มีเค้าอยู่ด้วย เบญต้องไม่รอดแน่เลย 🙁

หลังจากกลับมาจากฟิลิปปินส์ เบญก็ได้แรงฮึ้ด และบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะพูดภาษาอังกฤษให้ได้!!”

เบญได้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ พูด และใช้จริง ๆ ตอนอายุ 19 ได้ไปเรียนโรงเรียนพระคัมภีร์อินเตอร์แห่งหนึ่งในศรีราชา และการต่อสู้ที่แท้จริง ก็เกิดขึ้นที่นั่น…

การต่อสู้ไม่ได้หมายถึงไปตบต่อย หรือทะเลาะอะไรกับใครนะคะ แต่เบญต้องสู้กับความกดดันที่ตัวเองไม่ได้เก่งภาษา รู้สึกท้อบ้าง ที่ทำไมหลายเดือนแล้วยังพูดไม่ได้

เบญถึงเชื่อจริง ๆ ว่าประสบการณ์ในชีวิตของเบญเกี่ยวกับการเรียนภาษาเนี่ย จะต้องช่วยให้คุณได้เรียนรู้จากมัน และมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณผ่านปัญหาที่เจอเหมือนเบญไปได้ค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณอาจจะบอกว่า แหม๋ ก็เธอไปเรียนอินเตอร์ มีเพื่อนฝรั่งสินะ เลยเก่งภาษาอังกฤษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว…

ชีวิตการเรียนภาษาอังกฤษของเบญ ไม่ได้จบตรงนั้นนะคะ แม้ว่าจะอยู่โรงเรียนอินเตอร์มา 2 ปี เต็ม เบญก็ฟังออกค่อนข้างเยอะ แต่ว่าพูดไม่ค่อยได้ อาจจะเป็นเพราะตัวเองค่อนข้างขี้อาย เลยแทบไม่ได้คุยกับเพื่อนฝรั่งคนอื่นเลยค่ะ

แต่เบญก็ยังเป็นคนที่รักในภาษาอังกฤษเหมือนเดิม เบญได้ทำงานที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษพิเศษให้กับเด็ก ๆ และพอเบญได้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง ก็คือตอนพูดกับเด็ก ๆ นี่แหละค่ะ

ก็เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เบญเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วขึ้น บวกกับฝึกฟังและเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ไปด้วย ทำให้วันนี้เบญเก่งภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นมาและเริ่มมั่นใจที่จะใช้มันค่ะ

ลงทะเบียนรับเคล็ดลับที่เบญรวบรวมไว้ให้ฟรีเลยตอนนี้ >>

สิ่งที่เบญเรียนรู้จากการเรียนภาษาจากประสบการณ์จริงก็คือ….

คุณไม่จำเป็นต้องเรียนโรงเรียนอินเตอร์ หรือเรียนที่เมืองนอกเพื่อเก่งภาษา

จริง ๆ แล้วเบญเองดีใจที่มีโอกาสได้ไปเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์ เจอเพื่อนใหม่ ๆ และได้ประสบการณ์มาเยอะแยะเลยค่ะ

แต่ในสุดท้ายแล้ว เราเองก็ต้องเรียนเพิ่มเติม ฝึกเองอย่างขยันขันแข็ง เพื่อที่จะไปถึงจุดที่เรารู้สึกว่า ฉันมั่นใจกับภาษาอังกฤษของฉันแล้ว และฉันเชื่อว่าฉันจะฟังออก และก็พูดสนทนากับเจ้าของภาษาได้แน่นอน

และเบญได้สิ่งนั้นจากการเรียนออนไลน์ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องห่วงเลยว่าเบญจะไม่เข้าใจคุณว่าการเรียนภาษาด้วยตัวเองมันยากขนาดไหน แต่เบญจะบอกว่าเบญทำแล้ว และคุณทำได้แน่นอนค่ะ

จะบอกเลยว่า การที่เราฝึกภาษาด้วยตัวเอง เรียนจากคอร์สออนไลน์ และเปลี่ยนสิ่งรอบข้างเราให้เป็นภาษาที่เราอยากเก่งให้ได้มากที่สุด ก็ไม่ได้ทำให้เราเก่งภาษาน้อย หรือช้าไปกว่าการไปเรียนเมืองนอก อย่างที่คนอื่น ๆ เคยบอกมาเลยค่ะ

อยากรู้ว่าเบญเรียนภาษาด้วยตัวเองยังไง ลงทะเบียนขอเคล็ดลับเก่งภาษาฟรีเลยตอนนี้ >>

การเรียนภาษาเปิดโอกาสให้คุณได้เลือกงานที่อยากทำ

เบญเชื่อว่าทุกคนก็ต้องงานในฝัน อาชีพในฝัน หรือว่าสิ่งที่เราอยากเป็นค่ะ

สำหรับเบญแล้ว… เบญเคยฝันอยากเป็นคุณครู แต่ว่าก็ไม่รู้ว่าจะสอนอะไร สนเรารู้ตัวว่าเราชอบภาษาค่ะ และพอเราสู้จนเก่งภาษาในระดับนึงแล้ว เบญเองก็ได้มีประสบการณ์ในการเป็นครูอย่างที่ฝันไปเลย ซึ่งก็ดีมากเลยจริง ๆ ค่ะ

และอีกหลายงานในฝัน เช่น ล่าม แบ่งปันความรู้เรื่องการเรียนภาษา ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการเรียนภาษา สอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ ที่ไม่มีโอกาสไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษา ซึ่งเป็นงานที่เบญไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ถ้าวันนั้นเบญไม่ได้ตัดสินใจว่าฉันจะเก่งภาษาค่ะ

มีเคล็ดลับ และข้อดีอีกหลายอย่างที่เบญได้เรียนรู้ผ่านทางการเรียนภาษา และเบญอยากจะแบ่งปันให้กับคุณค่ะ

ตอนนี้เบญเองก็ยังเรียนภาษาอังกฤษอยู่เรื่อยๆนะคะ และก็เรียนภาษาอื่นที่เริ่มจาก 0 ด้วย เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาจีน (แต่ก็ยังไม่ได้เก่งเลยค่ะ อิอิ)

และเรื่องชีวิตของเบญที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพื่ออวด หรือว่าทำให้ตัวเองรู้สึกดี ไม่ใช่โปร รู้ทุกเรื่อง หรือรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสมากกว่าคนอื่นนะคะ

แต่เบญอยากบอกว่า เหตุผลที่เบญทำ Fight For Fluency นี้ขึ้นมา เพราะเบญมีหัวใจให้กับการเรียนภาษา และให้กับคนที่เรียนภาษาจริง ๆ ค่ะ และอยากคน ๆ นึง ที่มีส่วนเล็ก ๆ ในการช่วยให้คุณได้ไปถึงความฝันในการเก่งภาษาค่ะ

เบญเองก็หวังที่จะได้ฟังเรื่องราวการเรียนภาษาของคุณ และเรียนรู้จากเคล็ดลับของกันและกันด้วยค่ะ

เบญเชื่อว่าการเรียนภาษาไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นสิ่งที่เราต้องต่อสู้ และเอาจริงเอาจังกับมัน แต่ผลที่ได้รับจากการเรียนภาษานั้นมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่เราไม่จำเป็นต้องสู้คนเดียว!

ทุก ๆ ปัญหาที่เราเจอจากการเรียนภาษาล้วนแต่มีคนที่เคยผ่านปัญหาเหล่านั้นมาแล้วค่ะ และเราไม่จำเป็นต้องติดแหง่กอยู่กับปัญหานั้น ๆ และยอมแพ้เพราะแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แบ่งปันกันทั้งปัญหา และวิธีแก้ปัญหา จะยิ่งทำให้เราไปถึงความฝันของเราได้เร็วขึ้นค่ะ

ลงทะเบียนข้างล่างเพื่อติดตามเคล็ดลับ และก็มาแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ในการเรียนภาษาไปด้วยกันนะคะ

มาเป็นครอบครัวเก่งภาษาไปด้วยกัน

“เรียนรู้เทคนิคการฝึกภาษาในฝันด้วยตัวเอง”

ถ้าคุณมีภาษาในฝันที่อยากจะเก่ง ไม่ว่าคุณจะไม่เคยเรียนภาษานั้นมาก่อนเลย หรือเคยเรียนแล้วแต่พูดไม่ได้ ฟังไม่ออก ไม่กล้าใช้สักที ลงทะเบียนข้างล่างนี้ รับเคล็ดลับเริ่มเก่งภาษาฟรีค่ะ

ปล. ใส่อีเมลล์ที่คุณใช้ประจำนะคะ จะได้ไม่พลาดเคล็ดลับดี ๆ เบญสัญญาว่าจะเก็บรักษาอีเมลล์ของคุณไว้อย่างปลอดภัยค่ะ 🙂

อยากเก่งภาษาอื่น ๆ เลือกลงทะเบียนได้ข้างล่างนี้เลย