เผย 5 เคล็ดลับที่ดีที่สุด ช่วยฝึกฟังภาษาอังกฤษได้จริง 2021

|

สุดยอดเคล็ดลับ ที่จะช่วยคุณจากการที่ต้องจ่ายเงินค่าคอร์สแพง ๆ เพื่อฝึกฟังภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา และให้ความหวังใหม่กับคุณว่า คุณก็ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้อย่างแน่นอน!

เคล็ดลับข้างล่างนี้ เป็นเคล็ดลับที่เบญใช้กับตัวเองอยู่ประจำค่ะ และมันได้ผล เลยอยากจะมาแบ่งปันให้กับครับครัว Fight For Fluency วันนี้

ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูเคล็ดลับพร้อม ๆ กันเลยจ้า…

① ฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษา

หลาย ๆ คนอาจจะมองว่า การฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาเนี่ยเป็นเรื่องที่ทำยากมาก ๆ เลย เพราะว่าไม่ได้มีเพื่อน หรือแฟนฝรั่ง ที่จะพูดภาษาอังกฤษให้เราฟังตลอดเวลา

หรือว่าไม่ได้อยู่ที่เมืองนอก ที่จะได้รู้ว่าคนนี้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงเจ้าของภาษาจริง ๆ หรือสำเนียงอื่น

แต่สำหรับเบญแล้ว เบญฝึกฟังภาษาอังกฤษของตัวเองจากคอร์สเรียน Glossika.com ค่ะ

เป็นคอร์สเรียนที่เน้นการฟังภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาจริง ๆ โดยที่เรามั่นใจเลยว่าเรากำลังฟังการออกเสียงและประโยคนี้จากสำเนียงเจ้าของภาษาจริง ๆ

เบญชอบฝึกฟังภาษาอังกฤษกับ Glossika เพราะว่าเค้ามีสำเนียงภาษาอังกฤษให้เลือกเรียนทั้งแบบ อังกฤษอเมริกัน US และก็อังกฤษบริทิช UK ค่ะ จะบอกหาคอร์สที่มีให้เลือกทั้งสองสำเนียงไม่ง่ายเลย

เหตุผลที่เบญอยากให้คุณฟังภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ก็เพราะว่า เราจะฟังภาษาอังกฤษจากคนไทยก็ได้ จากคนอินเดียก็ได้ จากคนญี่ปุ่นก็ได้ แต่ว่าเวลาที่เราเจอเจ้าของภาษาจริง ๆ

เวลาที่เราเจอคนอเมริกา คนอังกฤษ เค้าจะไม่ได้พูดด้วยสำเนียงไทย หรือญี่ปุ่นค่ะ แต่เค้าจะพูดด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษของเค้าจริง ๆ

เบญเคยได้ยินมาบ่อยเลยว่า คนส่วนใหญ่บอกว่าเรียนฟังภาษาอังกฤษมาหลายปีมาก แต่เวลาเจอฝรั่งจริง ๆ ก็ฟังภาษาอังกฤษไม่ออก และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เจอกับปัญหานั้นค่ะ

แต่ว่าเราเองก็มีคำตอบแล้วใช่มั้ยคะ ก็คือการฝึกฟังภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาจริง ๆ ถ้าคุณยังไม่มีคอร์สอื่นที่สอนโดยเจ้าของภาษาจริง ๆ ไว้ใช้ฝึกฟัง

เบญก็แนะนำให้คุณลองเข้าไปลงทะเบียนทดลองเรียนฟรีกับ Glossika ค่ะ หรือว่าถ้าอยากรู้จักกับคอร์สนี้มากขึ้น ก็เข้าไปอ่าน รีวิวเรียนภาษาอังกฤษกับ Glossika ที่เบญได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สนี้ไว้อย่างละเอียดให้ได้อ่านกันค่ะ

ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่มฝึกฟังภาษาอังกฤษเลย หรือว่าฝึกมาพักนึงแล้ว แต่ไม่ได้ฝึกฟังจากสำเนียงเจ้าของภาษา…

เบญขอท้าทายให้คุณลองฝึกฟังจากคอร์สนี้ และคุณจะได้เห็นการพัฒนาในการฟังภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

② ฟังภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุด

นี่เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่เบญทำและมันช่วยได้มากจริง ๆ เลยค่ะ ก็คือการฟังภาษาอังกฤษบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ในสิ่งที่เราทำทุกวันอยู่แล้ว และก็ในสิ่งที่เราชอบด้วย เช่น

ดูหนังเป็นภาษาอังกฤษ เบญดูหนังทุกวัน ตอนที่ตัวเองทำงานเสร็จแล้ว และส่วนใหญ่เบญก็จะดูเป็นหนังฝรั่ง หรือซีรีย์ฝรั่งค่ะ เพื่อจะได้ฝึกฟังภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว

จริง ๆ ตอนนี้ก็มีหลายเรื่องที่สนุก และก็คำศัพท์ หรือประโยคไม่ได้ยากมาก และที่เบญอยากแนะนำให้ทำก็คือว่า ถ้าคุณเพิ่งเริ่มฟังภาษาอังกฤษ อาจจะไม่ได้รู้คำภาษาอังกฤษเยอะมาก

เบญแนะนำให้ดูเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับซับไทยค่ะ เพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้น แรก ๆ อาจจะรู้ว่ายากหน่อยที่ต้องพยายามฟัง อ่าน และก็ดูหนังไปพร้อมกัน แต่ถ้าทำเรื่อย ๆ ก็จะชินเองจ้า

และถ้าคุณเริ่มฟังออกบ้างแล้ว หรือว่ากลับไปดูหนังเรื่องเดิม เรื่องที่เคยดูแล้ว ก็แนะนำให้เปิดซับเป็นภาษาอังกฤษค่ะ หรือว่าเอาซับออกไปเลยก็ได้ และฟังภาษาอังกฤษล้วน ๆ

ฟังประโยคภาษาอังกฤษ เวลาเบญไปออกกำลังกาย หรือว่าตอนที่ออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ หรือว่าทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว เบญเองก็ไม่ลืมที่จะฝึกฟังภาษาอังกฤษค่ะ

เบญใช้คอร์ส Glossika คอร์สเดียวกับที่เบญได้แนะนำไปในข้อ 1 เพราะว่าเค้ามีโหมดสำหรับฟังอย่างเดียวด้วย ก็คือพอเรากดเล่น จะมีประโยคภาษาอังกฤษวิ่งวนลูปให้เราได้ฝึกฟังภาษาอังกฤษตามหัวข้อที่เราอยากเรียนค่ะ

เพราะฉะนั้นเบญเลยไม่ต้องกลัวมือถือเลอะเวลาทำอาหาร หรือออกกำลังกายอยู่ เพราะแค่ใส่หูฟัง หรือถ้าอยู่คนเดียวก็แค่เปิดใส่ลำโพง และปล่อยให้ประโยคภาษาอังกฤษเล่นวนไปเรื่อย ๆ

อ้อ เบญลืมบอกว่าคอร์สนี้เค้ามีคำแปลภาษาไทยด้วยนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจความหมายเลย

อย่าลืมลงทะเบียนกับ Glossika และลองฝึกฟังภาษาอังกฤษตอนที่เราทำกิจกรรมยามว่างของเราดู

ทดลองใช้ฟรี 7 วันง่ายๆแค่แตะเบาๆที่นี่ >>

ดูวีดีโอที่สนใจเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชอบดูวีดีโอ ไม่ว่าเป็นวีดีโอกินอาหาร วีดีโอพาเที่ยว วีดีโอลองเสื้อผ้า หรือว่า วีดีโอทำอาหารเหมือนเบญ

บอกได้เลยค่ะ ว่านี่ก็จะเป็นอีกเคล็ดลับหนึ่งที่จะช่วยให้เราได้ฝึกฟังภาษาอังกฤษของเราง่ายๆที่บ้านเลย และเราก็สนุกไปด้วย

เบญแนะนำให้คุณหาช่อ YouTube ที่เจ้าของช่องเป็นเจ้าของภาษา และก็ดูและฝึกฟังภาษาอังกฤษไปด้วยค่ะ

ส่วนตัวแล้ว เบญชอบช่องข้างล่างนี้มากค่ะ ดูการอธิบายการทำอาหารของเค้าแล้วได้ประโยค และก็คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นเยอะมากเลย

ถ้าคุณชอบดูวีดีโอทำอาหารอยู่แล้ว อย่าลืมเพิ่มช่องนี้เข้าไปด้วยนะคะ จะได้ฝึกทำอาหาร และก็ฝึกฟังภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆ มีช่อง YouTube ช่องโปรดที่ตัวเองดูอยู่ เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว และก็เป็นภาษาอังกฤษด้วย มาแบ่งปันกันในคอมเม้นบ้างนะคะ

③ เรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แม้ว่าเราจะแค่อยากฝึกฟังภาษาอังกฤษเฉย ๆ และเราไม่ได้ตั้งใจที่จะท่องจำ หรือว่าเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มเลยก็ตาม แต่เบญอยากจะบอกว่า…

โลกนี้หมุนไปเร็วค่ะ ภาษาก็เช่นกัน มีคำศัพท์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน และถ้าเราไม่รู้จักคำศัพท์ทั่วไปพวกนี้ อาจจะยิ่งทำให้การฝึกฟังภาษาอังกฤษของเราช้าลง และก็ไม่ไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้สักทีค่ะ

เบญเลยอยากแนะนำจริง ๆ ให้คุณที่จะคอยอัพเดทคำศัพท์ภาษาอังกฤษของตัวเองอยู่เสมอ และก็เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับเบญแล้ว เบญมีแอพโปรดบนมือถือ ที่ฝึกฟังคำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ แอพเรียนภาษา Drops เบญแค่ใช้เวลาวันละ 5-10 นาที ก็เรียนรู้คำศัพท์เยอะแยะมากมายเลยค่ะ

หน้าตาก็แอพก็จะเป็นตามข้างล่างนี้เลยนะคะ อันนี้เบญถ่ายออกมาจากหน้าจอมือถือของเบญที่ลองเรียนกับแอพภาษา Drops จริง ๆ

แอพเรียนภาษาอังกฤษ Drops

และรับประกันได้เลยค่ะ ว่ามันไม่น่าเบื่อ และก็ไม่ง่วงเลย ไม่ว่าคุณจะทำงานมาหนักขนาดไหน เรียนมานานขนาดไหนวันนี้ ก็แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และก็เข้าไปที่แอพนี้

เริ่มเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มได้ง่าย ๆ เลยค่ะ เหมือนกับเราเล่นเกมเลย จะเป็นการจับคู่คำศัพท์และ เรียงประโยค หรือว่าสะกดคำง่าย ๆ

รู้ตัวอีกทีก็คือ ได้คำศัพท์ และประโยคภาษาอังกฤษใหม่ ๆ เพิ่มเติมเลยค่ะ

ยังไงเบญฝากแอพเรียนภาษา Drops นี้ ไว้ให้คุณลองโหลดติดมือถือไว้ด้วยนะคะ เบญเชื่อเลยว่าจะเป็นประโยคกับทั้งเพิ่มคำศัพท์และการฝึกฟังภาษาอังกฤษของคุณแน่นอนจ้า

และเค้าก็มีคำแปลภาษาไทย พร้อมกับรูปให้ด้วยน๊า ดูแอพนี้ด้วยตัวเอง คลิกเลย >>

④ ฟังนิทานภาษาอังกฤษ และลองสรุปสั้นๆ

เคล็ดลับอันนี้ คุณอาจจะไม่เคยเห็นใครแนะนำให้ทำมาก่อน แต่เบญคิดว่าเป็นเคล็ดลับที่ทำแล้วสนุก ช่วยฝึกฟังภาษาอังกฤษได้ดี และก็ช่วยวัดระดับการฟังภาษาอังกฤษของเราด้วยค่ะ ว่าเราเข้าใจมากขึ้นขนาดไหนแล้ว

หลังจากที่เราได้ฝึกเคล็ดลับต่างๆข้างบน ถึงเวลาที่เราจะลองจับใจความเรื่องสั้นภาษาอังกฤษ หรือนิทานภาษาอังกฤษ

เพื่อที่เราจะได้เข้าใจว่า จริง ๆ การฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ยากขนาดนั้น เพียงแค่เราอาจจะต้องรู้คำศัพท์ที่เป็นกุญแจสำคัญของบทความ หรือประโยคนั้น และทำให้เราเข้าใจมากขึ้นเวลาที่เราคุยกับฝรั่งค่ะ

โดยที่ทำง่าย ๆ เลย ก็คือหาเว็บฟังนิทานออนไลน์ ตามหาหนังสือนิทานที่มาพร้อมกับ CD หรือเรื่องสั้นอะไรก็ได้ มาฟัง ถ้าเพิ่งเริ่มต้นทำแบบนี้ ความยาวอาจจะอยู่ที่ 2-5 นาทีก่อนก็ได้ค่ะ หลังจากนั้นเราค่อยเพิ่มไปเรื่อย ๆ

หลังจากที่เราฟังแล้ว อาจจะ 1-2 ครั้ง เราอย่าเพิ่งเอาไปแปลใน กูเกิ้ลแปลภาษานะคะ แต่เบญอยากให้เราลองหาสมุดและลองสรุปเรื่องที่เราเพิ่งได้ฟัง อาจจะเป็นภาษาไทยก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากเพิ่มความท้าทาย ก็ให้ลองเขียนสรุปเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

แต่ว่าไม่ใช่ให้ไปลอกเค้ามาแบบ คำต่อคำนะคะ แต่ให้เขียนในมุมมองของเรา ในแบบของเรา ว่าเราเข้าใจว่าเรื่องนี้พูดถึงอะไร ถ้าจำชื่อบุคคลได้ก็เขียนไปเลย

หลังจากนั้น เราอาจจะลองเอาบทความไปใส่ในกูเกิ้ลแปลภาษา และลองอ่านเป็นภาษาไทยอีกครั้งก็ได้ค่ะ ว่าเราเข้าใจถูกต้องมั้ย

เบญเชื่อว่า ถ้าคุณฝึกแบบนี้ทุกวัน หรือว่า 3 วัน/อาทิตย์ จะช่วยให้คุณฟังภาษาอังกฤษ และจับใจความประโยค หรือเรื่องภาษาอังกฤษได้มากขึ้นค่ะ และก็อาจจะได้เจอกับวลีภาษาอังกฤษ หรือประโยคที่คนฝรั่งใช้บ่อยเพิ่มอีกด้วย

เบญชอบเคล็ดลับนี้มากค่ะ เพราะมันสนุกดี อยากให้ลองไปทำดูนะคะ

⑤ ฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบออกเสียงทุกวัน

พอคุณอ่านมาถึงเคล็ดลับสุดท้าย คุณอาจจะเอ๊ะ ไม่ใช่ละ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ มันเกี่ยวกับอะไรกับการฝึกฟังภาษาอังกฤษด้วยค่ะ

ถ้าคุณยังไม่รู้ จริง ๆ แล้วแล้วเกี่ยวค่ะ และก็เกี่ยวมากด้วย เพราะว่าเวลาเราพูดภาษาอังกฤษแบบออกเสียง หูของเราเองก็จะได้ยิน และก็จะช่วยให้จำคำศัพท์ หรือประโยคที่เรากำลังฝึกฟังได้มากขึ้น

พร้อมทั้ง ฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษให้กับเราด้วยค่ะ เพราะเราได้รวบรวมข้อมูลจากการฝึกฟังในเคล็ดลับข้อ 1-4 มาเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้น เราเองก็รู้แล้วว่าการออกเสียงให้ถูกต้องจะเป็นยังไง ให้เราลองออกเสียงตามเจ้าของภาษาที่เราได้ยินมาค่ะ

ของเบญเองก็ทำเคล็ดลับข้อนี้ ไปคู่กับเคล็ดลับที่ 1 และเคล็ดลับที่ 3 ค่ะ โดยการใช้คอร์สเรียนภาษา Glossika ในการฝึกพูดตามประโยคภาษาอังกฤษที่ตัวเองได้ยิน และใช้แอพเรียนภาษา Drops ในการพูดคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ได้ยินตามแอพนั้น

แค่หาเวลานอกเหนือจากการฝึกฟัง วันละ 5-10 นาที ที่จะฝึกออกเสียงตามเจ้าของภาษาตามคอร์สเรียนและก็แอพที่เบญได้แนะนำไปข้างบน

หรือจะลองฝึกพูดสรุปจากข้อ 4 ที่คุณได้ฝึกสรุปนิทานภาษาอังกฤษมาลองฝึกออกเสียงตามสิ่งที่คุณได้สรุปเป็นภาษาอังกฤษด้วยก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมบันทึกเสียงตัวเอง และลองกลับมาฟังอีกรอบนะคะ ว่าเราออกเสียงคำไหนไม่ค่อยชัด และฝึกบ่อย ๆ ค่ะ

แต่กุญแจสำคัญของข้อนี้ คือการพูดภาษาอังกฤษแบบออกเสียงนะคะ ไม่ใช่การพูดในใจ หรืออ่านตามในใจ ไม่งั้นมันจะไม่ได้ช่วยอะไรกับการฟังภาษาอังกฤษของคุณเลยค่ะ

เบญบอกเลยว่า ถ้าคุณได้ลองฝึกพูดตามในสิ่งที่ตัวเองได้ยินแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้ทั้งการฟังภาษาอังกฤษ การพูดภาษาอังกฤษ และประโยคภาษาอังกฤษของตัวเองพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยค่ะ

ถ้าคุณมีเคล็ดลับอะไรเกี่ยวกับการฝึกฟังภาษาอังกฤษที่ตัวเองเคยทำแล้วได้ผล อย่าลืมแบ่งปันให้เบญและเพื่อน ๆ คนอื่นด้วยนะคะ

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด

อยากเก่งอังกฤษ แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

ถ้าคุณอยากพูด ฟัง และใช้ภาษาอังกฤษเก่ง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้เบญช่วยคุณนะคะ เบญได้เตรียมเคล็ดลับเริ่มเก่งภาษาอังกฤษฟรี ที่ทั้งง่าย และรับรองเลยว่า จะช่วยให้คุณได้เริ่มก้าวแรกของการเก่งภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้อง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเองอีกต่อไป

มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเริ่มเก่งภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

homepage