How Are You? ตอบคำถามนี้ได้ยังไงบ้าง

| 2 Comments
สวัสดี สบายดีไหม ภาษาอังกฤษ

เบญเชื่อว่าเมื่อเพื่อน ๆ ได้ก้าวเข้ามาในวงการเรียนภาษาอังกฤษ หรือถ้าเพื่อน ๆ ทำงานในที่ทำงานที่มีคนต่างชาติเยอะ สิ่งหนึ่งที่เราจะได้ยินบ่อย บ๊อย บ่อย เลยก็คือ “How are you?”

หลายครั้งเรารู้ว่าเป็นแค่การทักทาย จริง ๆ เค้าไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่หรอกว่าเราเป็นไงบ้าง 555

แรก ๆ เบญเองก็ตอบไม่ทัน เพราะแค่เดินผ่านกัน ไอเราก็รู้สึกผิดที่มัวแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะตอบอะไร แบบนี้ถูกมั้ย แบบนั้นสวยมั้ย จนเค้าเดินหายไป

เบญก็เลยลองหาคำตอบสั้น ๆ มาให้เพื่อน ๆ เรียนกันวันนี้ เพราะการทักทายเป็นอีกหนึ่งประโยคภาษาอังกฤษกันตายที่เราควรรู้

เพราะอย่างน้อยถ้าเค้าถามเราเพราะอยากได้คำตอบจากเราจริง ๆ และอยากคุยกับเราต่อ เมื่อเราเตรียมตัวมาดีแล้ว ก็ตอบได้เลย จะได้ไม่จบประโยคด้วยแค่รอยยิ้มแบบสยามเมืองยิ้มของเรา

หลายครั้งเมื่อเราได้ยินคำถามว่า How are you? สิ่งที่เบญเคยได้เรียนมาสมัยเด็กคือ ยิ้ม ยืนตัวแข็ง

และตอบว่า ไอ ฟาย แต้งกิ้ว แอนยู้ และคาดหวังว่าเค้าจะตอบว่า ไอ ฟาย แต้งกิ้ว ซิทดาวพลีส

แต่จริง ๆ แล้ว มันมีอีกหลากหลายพันคำตอบที่เราสามารถตอบได้ค่ะ ไปดูด้วยกันเลยดีกว่า ว่าประโยคตอบคำถาม How are you? ที่เบญเอามาให้ดูนั้นมีอะไรบ้าง

เพื่อน ๆ ต้องลองฟังประโยคให้ดีนะคะ ว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้มีแค่ How are you? อย่างเดียว ยังมีอีกหลายประโยคที่แปลได้เหมือนกัน

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจคอร์สเรียนภาษาอังกฤษไว้ฝึกภาษาอังกฤษเพิ่มเติม คอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านที่ดีที่สุดคลิกที่นี่ได้เลยค่ะ > คอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านที่ดีที่สุด

① ตัวอย่างคำถาม “เธอเป็นยังไงบ้าง”

How are you? ฮาว อารฺ ยู

How’s it going? ฮาว สิทฺ โกอิ้ง

What’s up? ว็อท ซัพ

What’s happening? ว็อทสฺ แฮพเปินนิง


② ตัวอย่างการตอบคำถาม “How are you?”

  • Fine. ไฟน

เป็นการตอบตรง ๆ แบบขวานผ่าซาก 55 แต่มันอาจจะทำให้คนฟังรู้สึกว่าเพื่อนๆไม่อยากจะคุยอะไรต่อแล้ว อาจจะเป็นการตอบแบบตัดบทได้ ถ้าเกิดว่าเพื่อน ๆ ไม่ได้พูดอย่างอื่นต่อ

  • Not bad. น็อท แบด

คำตอบนี้ก็ดีกว่าอันแรกนิดนึง ดูเป็นมิตรมากกว่า

  • Fine, thanks. ไฟนฺ แซ็งสฺ(แลบลิ้น)

อันนี้เป็นการตอบคำถามแบบค่อนข้างเป็นทางการ หรือว่าตอบกับคนที่เราอาจจะไม่ได้สนิทด้วย

  • Very well, thanks. เฟรี เว็ล แงส
  • Pretty good. พริทที กึดฺ
  • Great! How are you doing? เกร็ท ฮาว อารฺ ยู ดูอิ

เป็นคำตอบที่ใส่ความตื่นเต้นเข้าไปด้วย และเป็นสิ่งที่ดีเวลาที่เราถามคำถามกลับกับคนที่ถามเรา และทำให้เค้ารู้ว่าเราอยากคุยกับเค้าต่อ

  • I’m hanging in there. ไอม แฮงงิ้ง อิน แ (แลบลิ้น) แปลว่า มันยากนะ แต่ฉันจะสู้

คำตอบนี้เป็นการบอกว่าเราวันนี้เราเหนื่อยเหลือเกิน ทุกออย่างยากไปหมดเลย (บวกการทำหน้าเศร้า ๆ ไปด้วยก็ได้นะ 555)

  • I’ve been better. ไอฟฺ (กัดริมฝีปากล่าง) บีน เบ็ทเทอรฺ แปลว่า ฉันก็ดีขึ้นแล้วนะ

ส่วนใหญ่คนทั่วไปจะตอบว่า ฉันสบายดี เวลาที่มีคนถามว่า ฮาว อาร์ ยู แต่ถ้าเกิดเพื่อน ๆ ใช้คำตอบนี้ หรือคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ค่อยสบายนัก ก็แปลว่าเราอยากจะเล่าให้คนถามฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทั่วไปแล้วเค้าก็จะถามเรากลับว่า What’s wrong? ว็อทสฺ รอง ตัวอย่างในการตอบคำถามนะคะ

A: How are you? เป็นไงบ้าง

B: I’ve been better. ฉันก็ดีขึ้นแล้วนะ

A: What’s wrong? เกิดอะไรขึ้นหรอ

B: I just found out that I’m being laid off. ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันโดนไล่ออก T_T


ตัวอย่างการตอบคำถาม How’s it going?

สำหรับคำถามนี้นะคะ ก็จะคล้ายกันกับ “How are you?”

เพราะฉะนั้นคำตอบที่เราเรียนมาด้วยกันทั้งหมดข้างบนก็สามารถตอบได้กับคำถามนี้เช่นเดียวกันค่า

ข้างล่างนี้จะเป็นตัวอย่างของการตอบคำว่า “How’s it going?” แต่คำตอบนี้จะใช้ตอบไม่ได้กับคำถาม “How are you?” นะคะ

  • It’s going well. อิทส์ โกอิ้ง เว็ล

อันนี้เป็นคำถามที่ฟังดูแล้วคนตอบเป็นมิตร และก็สุภาพค่ะ เหมาะสำหรับคุยกับคนที่ทำงานด้วยกัน ลูกค้า หรือคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันมานานพอสมควร


ตัวอย่างการตอบคำถาม  What’s up? และ  What’s happening?

สองคำถามนี้นะคะ จะแปลได้ประมาณว่า “ตอนนี้ชีวิตของคุณเป็นไงบ้าง เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคุณบ้าง”

แต่ถ้าเราไม่ได้อยากจะตอบยาว ๆ เล่าเรื่องชีวิตทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาของเราว่ามันยากลำบาก หรือสนุกสนานแค่ไหน เราก็อาจจะตอบสั้น ๆ ได้ว่า

  1. Nothing much. น็อทซิง(แลบลิ้น) มัช

นี่เป็นคำตอบที่เราได้ยินกันบ่อย และเราก็อาจจะเพิ่มเรื่องใดเรื่องนึงที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นกับเราเร็ว ๆ นี้ เช่น

“Nothing much. Just getting ready for Somchai’s graduation.” แปลว่า ก็ไม่มีอะไรมากนะ แค่กำลังเตรียมงานเรียนจบของน้องสมชาย

  • Not a lot. น็อทฺ อะ ล็อท

อันนี้ก็เป็นคำตอบที่คนใช้กันค่อนข้างเยอะเช่นกัน แต่น้อยกว่า “Nothing much” เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ สามารถเลือกใช้คำตอบนี้ได้ ถ้าไม่อยากซ้ำกับคนอื่น

  • Nothing. น็อทซิง (แลบลิ้น)

เอิ่ม..คำตอบนี้แปลว่า ไม่มีอะไรนะ แต่ว่ามันอาจจะทำให้เพื่อน ๆ ดูเหมือนคนกำลังโกรธหรือค่อนข้างหยาบคาย เหมือนเราไม่อยากจะตอบคนที่ถามเรา

เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องใช้ดีกว่าจ้า และจะหาว่าไม่เตือนนะ 5555

  • Oh, just the usual. โอ้ จัส์ ฺดิ (แลบลิ้น) ยูชัวล

คำตอบนี้นะคะ เป็นคำตอบที่บอกว่า ก็เหมือนเดิมนะ ทำเหมือนทุกวันที่ทำอยู่ ไม่มีอะไรมากมาย

  • Just the same old same old. จัสฺทฺ เอะ(แลบลิ้น) เซม โอลดฺ เซม โอลด

คำตอบนี้ก็จะคล้าย ๆ กับอันก่อน กำลังอยากจะสื่อสารให้กับคนถามว่า มันก็เหมือนเดิมนะ เหมือนกับทุกวัน และก็รู้สึกเบื่อหน่อย ๆ แล้วด้วย (เบญแนะนำว่าอย่าใช้คำตอบนี้ตอบกับบอสของเราค่ะ แหะ ๆ)  

นอกจากคำตอบที่เราได้เรียนด้วยกันแล้วข้างบนนี้ เราก็ต้องจำไว้ด้วยว่า หลายครั้งที่ “How are you? เป็นแค่คำทักทายที่เหมือนกับคำว่า “Hi/Hello”

ถ้าเรารู้สึกแบบนั้นเราอาจจะไม่ต้องใช้คำตอบข้างบน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่พูดอะไรเลยแล้วเดินหนี หรือคิดในใจว่า โถ่เอ้ย ก็แค่อยากพูดเฉย ๆ ไม่ได้อยากฟังคำตอบเราซะหน่อย ไม่ต้องคิดแบบนั้นนะคะ

ถ้าเค้าพูดเป็นการทักทาย เราก็สามารถทักทายเค้ากลับได้เลย มันก็จะยิ่งดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เช่น

A: How are you? ฮาว อาร์ ยู

B: Hey, how’s it going? เฮ้ ฮาว สิท โกอิ้ง

เพื่อไม่ให้เป็นการงง ๆ ว่า แล้วตกลงฉันควรจะตอบคำถามนั้น หรือทักทายกลับไป

เอ๊ะ หรือว่าเค้าแค่อยากเซย์ฮัลโหล ที่ไม่มีคำว่าฮัลโหล เบญมีตัวอย่างสถานการณ์จำลองมาให้ค่ะ ว่าถ้าเค้าอยู่ในสถานะแบบนี้

สิ่งที่เค้าพูดอาจจะเป็นแค่คำทักทาย และไม่ต้องการคำตอบก็ได้


3 วิธี สังเกตุว่าเค้าแค่ทักทายเราเฉย ๆ หรือต้องการคำตอบจริง ๆ

วิธีที่ 1 เค้าแค่เดินผ่านเรา และพูดผ่าน ๆ ไม่ได้หยุดเพื่อรอฟังคำตอบของเรา

ช่วงแรก ๆ ที่เบญได้ร่วมงานกับคนต่างชาติ  เบญก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าเราตอบช้า หรือเค้าเดินเร็ววะ ทำไมตอบคำถามแค่ “I’m good” สองพยางค์ยังพูดไม่ทันเลย 555

และก็ได้มารู้ทีหลังว่า อ๋อ มันเป็นแค่คำทักทายของเค้า

ภาษาไทยเรียนว่า ถามเป็นมารยาท เหมือนคนไทยชอบพูดเวลาเจอคนอื่นว่า “อ้าวแม่แตงไทย กินข้าวยัง” เราไม่ได้คาดหวังให้เค้ามากินข้าวกับเรา หรือซื้อข้าวให้เค้ากิน

แต่เป็นมารยาทในการถาม หลังจากนั้นเบญก็เลยเรียนรู้ที่พูดแค่ “Hi” หรือ “How are you?กลับไป

วิธีที่ 2 เค้ากำลังโบกมือทักทาย ในขณะที่ถามคำถามนั้นอยู่

การทักทายของคนต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นการโบกมือ หรือจับมือ หรือกอด จะไม่ได้ใช่การพนมมือไหว้ สวัสดีค่ะ เหมือนของเรา

เพราะฉะนั้น เวลาเค้าเดินผ่านถ้าเราพูดอะไรไม่ทันจริง ๆ ก็แค่โบกมือตอบรับ เป็นการเซย์ไฮ ก็ได้นะคะ

วิธีที่ 3 โทนเสียงของเค้าไม่ได้จบด้วยเสียงสูง เหมือนกับคำถาม

ข้อสังเกตุข้อนี้ค่อนข้างยากนะคะ เพราะบางคนบางคนเค้าพูดเร็วและเราก็มัวแต่ตั้งใจฟังว่าเค้าพูดอะไรจนเราลืมฟังว่าเค้าจบด้วย “ยู้” หรือ “ยู” แต่ถ้าเราฟังบ่อย ๆ ก็จะเริ่มแยกออกได้ไม่ยากค่ะ

หวังว่าความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ วันนี้ที่เบญตั้งใจเอามาฝากกัน จะช่วยเพื่อน ๆ ให้มั่นใจมากขึ้นว่าเมื่อเราเห็นคนต่างชาติเดินผ่าน เราจะได้ไม่ต้องไปหลบหลังเสาไฟ ทำเป็นเล่นโทรศัพท์ หรือยืนยิ้มอย่างเดียว

แต่เราสามารถเซย์ไฮก่อนได้ และถามคำถามเหล่านี้ หรือมั่นใจว่าเรารู้ว่าเค้าจะถามอะไร และเรามีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว

ก็จะนำเราไปอีกระดับนึง ที่จะเริ่มมั่นใจในภาษาที่สองของเราได้ค่ะ เพราะโดยประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำงานและรู้จักกับคนต่างชาติมานั้น

การพูดแค่ “hi / hello” สั้น ๆ ก็ดีกว่าไม่พูดอะไรเลย หรือเดินหนี เพราะสำหรับคนต่างชาติแล้ว การทักทาย และการบอกลา เป็นเรื่องสำคัญกับพวกเค้ามาก

และถ้าเราทำเหนียงอาย ไม่พูด ไม่ทัก ไม่คุย ไม่มอง สำหรับเค้าแล้วถือเป็นสิ่งที่หยาบคายมาก ๆ อย่างหนึ่งเลยค่ะ


ในโพสต์วันนี้ เมื่อเรารู้จักเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยกันแล้ว เบญรับรองได้เลยว่า เราจะมีเพื่อนต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกหลายคนเลย

แม้กระทั่งเราอาจจะยังพูดไม่ได้มากก็ตาม แต่เพื่อน ๆ สามารถอ่านประโยคภาษาอังกฤษทั่วไป ที่ใช้ได้ในทุก ๆ สถานการณ์ได้นะคะ เผื่อว่าวันหลังเราอาจจะได้คุยมากกว่าแค่ ไฮ กับ ฮัลโล

หรือว่าเพื่อน ๆ สามารถหาลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษที่เน้นการสนทนาในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งคอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัว

ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ ฝึกพูดภาษาอังกฤษต่อหน้าคนอื่น และสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นให้กับเพื่อน ๆ อีกด้วยค่ะ

เบญมีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ได้แนะนำไว้กับเพื่อน ๆ ที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ด้วยตัวเอง เขียนไว้ในอีกโพสต์นึง

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม สามารถกดปุ่มข้างใต้นี้ และลองเข้าไปหาคอร์สเรียนที่ตัวเองชอบได้เลยจ้า

ถ้าเพื่อน ๆ คนไหน เคยได้ยินประโยคการทักทายอื่น ๆ เป็นภาษาอังกฤษ นอกเหนือกับที่เบญได้นำมาากกันวันนี้

สามารถคอมเม้นไว้ใต้โพสต์นี้เพื่อเป็นความรู้เพิ่มเติมให้กับเพื่อน ๆ คนอื่นที่จะเข้ามาอ่านโพสต์นี้ และเราจะเก่งภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันค่า

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest
2 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด
Richie grant

Ben is an excellent teacher you will enjoy learning with her!

อยากเก่งอังกฤษ แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

ถ้าคุณอยากพูด ฟัง และใช้ภาษาอังกฤษเก่ง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้เบญช่วยคุณนะคะ เบญได้เตรียมเคล็ดลับเริ่มเก่งภาษาอังกฤษฟรี ที่ทั้งง่าย และรับรองเลยว่า จะช่วยให้คุณได้เริ่มก้าวแรกของการเก่งภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้อง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเองอีกต่อไป

มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเริ่มเก่งภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

homepage