รวมประโยค และบทสนทนาภาษาอังกฤษ คุยโทรศัพท์กับเพื่อน

|

คุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษกับเพื่อนฝรั่ง เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราหลายคนก็อยากทำ ไม่ว่าจะคุยผ่านโทรศัพท์ หรือผ่านเฟสบุ๊คคอล

ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้น เราต้องรู้จักประโยคภาษาอังกฤษ ที่จะช่วยให้เราคุยรู้เรื่อง และมีความมั่นใจที่จะตอบกลับ

นอกจากประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้สนทนาทั่วไปแล้ว ก็ยังมีวลีต่าง ๆ ที่คนมักใช้กันเวลาคุยกันทั่วไป ถ้าคุณสนใจ อย่าลืมเข้าไปดู โพสต์ที่เบญได้ รวบรวมวลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยไว้ให้ >>

และอีก 1 เคล็ดลับที่เบญอยากจะแนะนำในการฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ ก็คือการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มค่ะ โดยเฉพาะ คอร์สเรียนที่ให้เราฝึกพูดกับฝรั่งจริง ๆ แบบตัวต่อตัวค่ะ

ถ้าสนใจคอร์สแบบนี้ ในราคาไม่แพง และเรียนที่บ้านได้ ก็ลองเข้าไปเช็ค โพสต์ที่เบญ ได้รวมคอร์สไว้ให้คุณเลือกดูนะคะ

รวมคอร์สฝึกพูดสนทนาภาษาอังกฤษตัวต่อตัวกับครูฝรั่ง >>

เชื่อเลยว่าจะได้ประโยคสนทนาภาษอังกฤษเพิ่ม และความมั่นใจที่จะคุยกับฝรั่งเพิ่มขึ้นอย่างเต็มเปี่ยมแน่นอนค่ะ

ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปดูด้วยกันเลยค่ะ ว่าเบญเอาประโยค และบทสนาภาษาอังกฤษ ในการคุยโทรศัพท์อะไรมาฝากกันบ้าง

ประโยคภาษาอังกฤษคุยโทรศัพท์

เบญได้รวมประโยคภาษาอังกฤษ ที่คิดว่าทุกคนน่าจะได้ยิน และได้ใช้บ่อย ๆ แน่นอน ถ้าคุยโทรศัพท์กับเพื่อน หรือว่าโทรไปหาเพื่อนนะคะ

โดยที่ เปลี่ยนชื่อ คนที่ถามหาได้ และก็ใส่ชื่อตัวเองเข้าไปแทนเวลาแนะนำตัว เหมือนกับประโยคสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไปเลยค่ะ

และเบญจะเขียนคำอธิบายไว้ใต้ประโยคนั้น ๆ เพื่อที่จะให้คุณได้เข้าในกับประโยคนั้นมากขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูประโยคด้วยกันเลย!

1. Is James there? เจมส์อยู่มั้ย

2. Is Nancy around? แนนซี่อยู่แถวนั้นมั้ย

3. Can I talk to Sarah? ขอสายซาร่าห์หน่อยได้มั้ย

4. Hi / Hey Jammie, it’s Becca. สวัสดีเจมมี่ นี่เบ็คก้านะ

คำว่าสวัสดี สามารถใช้คำอื่น ได้ด้วยค่ะ และก็ชื่อแรกจะเป็นชื่อคนที่รับสาย และชื่อที่สอง จะเป็นชื่อของเราเองค่ะ และก็อย่าลืมที่จะถามว่าเค้าสบายดีมั้ย ด้วยนะคะ เพราะนั่นคือมารยาทค่ะ

ดูประโยคสบายดีมั้ย ภาษาอังฤษ เพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย >>

5. Anyway… I should let you go / I should get going. ฉันควรวางสายแล้ว

6. Well, it was nice talking with you. ดีมากเลยที่ได้คุยกะเธอวันนี้

2 ประโยคนี้ เป็นประโยคเกริ่นก่อนที่จะวางสาย เพื่อให้คนที่เราคุยด้วยรู้ตัวว่าฉันกำลังจะวางสายแล้วนะ และเราสามาระเปลี่ยนคำว่า nice เป็นคำอื่นได้ค่ะ เช่น good, great, awesome, wonderful เป็นต้น

7. Thanks for calling. ขอบคุณมากที่โทรมาหา

8. I’ll get in touch in a couple of days. ฉันจะติดต่อไปอีกประมาณ 2-3 วัน

9. I’ll call you back a little later เดี๋ยวฉันจะโทรกลับไปอีกทีนะ

10. Talk to you soon. ไว้คุยกันใหม่

11. Sorry, she’s not home right now. โทษทีเค้าไม่อยู่บ้านตอนนี้

12. Matthew’s not here. แมทธิวไม่อยู่ตอนนี้

13. Miya’s still at school. มีญ่ายังอยู่ที่โรงเรียนอยู่เลย

14. Ken’s at the park. เคนอยู่ที่สวนสารธารณะ

สถานที่ คุณเข้าไปเรียนคำศัพท์เพิ่มเติมได้ในอีกโพสต์นึง ที่เบญรวบรวมไว้ให้นะคะ เวลาที่เราได้ยินเกี่ยวกับสถานที่นั้น เราจะได้เข้าใจ

รวมสถานที่ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่าน และคำแปล >>

15. Gotcha / Got it เข้าใจแล้ว

16. There’s a lot of background noise. I can’t really hear you. เสียงรอบตัวเธอดังมากเลย ฉันไม่ค่อยได้ยินเสียงเธอ

17. You’re breaking up. Could you call me back? สัญญาณโทรศัพท์เธอหายไป โทรกลับมาใหม่หน่อยได้มั้ย

18. We have a bad connection. สัญญาณของเราแย่มากเลย

19. Could you speak a little louder? ช่วยพูดดังกว่านี้หน่อยได้มั้ย

20. Could you speak a little more slowly? ช่วยพูดช้าลงกว่านี้หน่อยได้มั้ย

21. What did you say? เธอพูดว่าอะไรนะ

22. Take care. ดูแลตัวเองด้วยนะ

23. Have a nice day. ขอให้มีวันที่ดี

ตัวอย่างบทสนทนาภาษาอังกฤษ บนโทรศัพท์

มาลองดูการใช้ประโยคภาษาอังกฤษคุยโทรศัพท์กับเพื่อน ในรูปแบบบทสนทนากันบ้างนะคะ

จริง ๆ แล้วเบญเองอยากคุณได้ลองเอาประโยคข้างบนไปสร้างสถานการณ์เอง เพื่อฝึกโต้ตอบที่บ้านด้วยค่ะ

เวลาที่ต้องคุยโทรศัพท์กับฝรั่งจริง ๆ จะได้ไม่ตื่นเต้นจนลืมประโยคที่ฝึกใช้มา และอย่าลืมใช้ประโยคที่หลากหลายด้วยนะค เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยจะพูดอะไรบ้าง

Shelly: Hello? สวัสดีค่ะ

Robert: Hi Shelly, it’s Robert. How’s it going? สวัสดีครับคุณเชลลี่ สบายดีมั้ยครับ

Shelly: I’m good, thanks. How about you? ฉันสบายดี ขอบคุณมาก เธอสบายดีมั้ยจ๊ะ

Robert: I’m fine. Sure glad it’s Friday. Hey, is Oliver there? ผมสบายดีครับ ดีใจมากเลยที่มันเป็นวันศุกร์แล้ว ว่าแต่ โอลิเวอร์อยู่ด้วยมั้ยครับ

Shelly: I think he’s in the kitchen. Hold on, I’ll get him. Oliver! Robert’s on the phone. ฉันคิดว่าเค้าอยู่ในห้องครัวนะ ถือสายรอแป๊บนึง เดี๋ยวจะไปเรียกให้ โอวิเวอร์ โรเบิร์ตโทรมาจ้า

Oliver: Hey Robert, what’s up? ว่าไง โรเบิร์ต มีไรหรือเปล่า

Robert: Not much. Are you up for playing football tomorrow? ไม่มีอะไรมากหรอก นายอยากไปเล่นฟุตบอลพรุ่งนี้มั้ย

Oliver: What? There’s a lot of background noise. I can’t really hear you. ห้ะ เสียงแถวนั้นดังมากเลย ฉันไม่ได้ยิเสียงนายเลย

Robert: Sorry about that, I’m at the train station. I was wondering if you wanted to play football tomorrow. I’m heading up to the football field with some friends early tomorrow morning. โทษที ฉันอยู่ที่สถานนีรถไฟน่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่า นายอยากจะไปเล่นฟุตบอลพรุ่งนี้มั้ย ฉันจะไปที่สนามกับเพื่อน ๆ พรุ่งนี้เช้า

Oliver: Uh, hang on a sec, let me just check with my mom to make sure we have no other plans. อ๋อ แป๊บนึงนะ ขอเช็คกับแม่ก่อน ว่าเรามีแผนอื่นที่จะทำหรือเปล่า

Robert: Sure. ได้เลย

Oliver: Okay, she’s given me the green light! โอเค แม่ให้สัญญาณไฟเขียว (ไปได้)

Robert: Great! We’ll pick you up at 6 tomorrow morning, is that OK? เยี่ยมเลย เราจะไปรับนายตอน 6 โมง โอเคมั้ย

Oliver: Yup. Do you need directions to my place? ได้ อยากให้บอกทางมาบ้านมั้ย

Robert: Uh, you still living on Cony Street, near the shopping center? อ๋อ นายยังอยู่ที่บ้านบนถนนโคนี่ ใกล้ ๆ กับห้างมั้ย

Peter: Yeah, that’s right. The blue house, number 11. ใช่ ถูกแล้ว บ้านหลังสีฟ้า เลขที่ 11

Robert: Gotcha. I know how to get there. เข้าใจแล้ว ฉันไปถูก

Oliver: Cool! See you tomorrow, then. เจ๋ง งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ

Robert: Take care. ดูแลตัวเองด้วย

Oliver: Bye. บาย


ถ้ามีประโยคไหนอีกที่เคยได้ยิน แต่ไม่รู้จะใช้ยังไง หรือว่าได้ยินบ่อย และอยากแบ่งปันกัน ก็เขียนคอมเม้นมาใต้โพสตนี้ได้เลยนะคะ เบญรออ่านอยู่จ้า 🙂

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด

อยากเก่งอังกฤษ แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

ถ้าคุณอยากพูด ฟัง และใช้ภาษาอังกฤษเก่ง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้เบญช่วยคุณนะคะ เบญได้เตรียมเคล็ดลับเริ่มเก่งภาษาอังกฤษฟรี ที่ทั้งง่าย และรับรองเลยว่า จะช่วยให้คุณได้เริ่มก้าวแรกของการเก่งภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้อง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเองอีกต่อไป

มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเริ่มเก่งภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

homepage