5 เคล็บลับ เขียนจดหมายภาษาอังกฤษแบบโปร

เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

การเขียนภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเกิดว่าเราแค่เขียนตอบเพื่อนสั้น ๆ หรือคุยเล่น ๆ กับคนรู้จัก แค่วันละ 2-3 ประโยค

แต่ถ้าเกิดวันนึงเพื่อน ๆ ได้ทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้จดหมายภาษาอังกฤษ หรืออีเมลภาษาอังกฤษเป็นการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย เพื่อน ๆ จะเข้าใจเลยค่ะ ว่าการเขียนภาษาอังกฤษแบบนั้น มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ

ซึ่งการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ก็เป็นตัวช่วยอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยเราได้ในระยะยาว ถ้าเรารู้แล้วว่าเราอยากทำงานกับชาวต่างชาติ หรือเรากำลังทำงานกับชาวต่างชาติอยู่ตอนนี้

และใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในที่ทำงาน เบญก็แนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่จะช่วยเพื่อน ๆ ในเรื่องงานค่ะ

แต่ต่อให้ภาษาอังกฤษของเพื่อน ๆ จะดีขนาดไหน เคล็ดลับ 5 อย่างที่เบญนำมาฝากข้างล่างนี้ ก็ยังจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อน ๆ ที่ต้องเขียนจดหมายภาษาอังกฤษแบบทางการอยู่ดีค่ะ เพราะว่าเป็นเคล็ดลับที่แม้แต่เจ้าของภาษาก็ยังต้องรู้ และจำไว้ทุกครั้งที่เขียนจดหมายภาษาอังกฤษค่ะ

และเบญเองก็จะมาแนะนำตัวช่วยสำคัญในการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษแบบโปรให้กับเพื่อน ๆ ค่ะ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ดังมาก ๆ ในต่างประเทศ แม้กระทั่งในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักก็ตาม

ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูเคล็บลับ 5 อย่างที่จะช่วยให้อีเมลลฉบับนี้ของเพื่อน ๆ ถูกตา ถูกใจผู้ที่ได้รับมัน และดูโปรสุด ๆ ไปเลยค่า ~

เคล็บลับที่ 1 เลือกชื่ออีเมลล์แบบโปร

เบญเชื่อว่าหลายคนสมัยนี้เราเพิ่งเริ่มมีอีเมลเป็นของเอง เราน่าจะประมาณ 9-10 ขวบ

และเราก็ไม่เคยคิดเลยว่า วันนึงในชีวิตเราจะได้มีโอกาสส่งอีเมลไปหาคนอื่น หรือใช้อีเมลล์เราในการทำงานจริง ๆ

เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

เช่น nam_narak@hmail.com, zebra.lnw@amail.com, aa.bb.cc1234@dmail.com (ดูจากอีเมลที่ยกตัวอย่างมาก็พอจะเดาอายุเบญในปัจจุบันได้เลยใช่มั้ยคะ 5555)

แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ถ้าในอดีตเพื่อน ๆ เคยทำพลาดเหมือนเบญ 5555 เพื่อน ๆ สามารถสร้างเมลใหม่ได้ค่ะ

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะชอบ hotmail หรือว่า gmail นะคะ เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกได้เลย และเข้าไปสมัครใหม่ได้ค่ะ แต่ครั้งนี้…

1. ใช้ชื่ออีเมลล์ เป็นชื่อและนามสกุลจริงของเรา อาจจะเคยมีอีเมลที่ใช้ชื่ออื่น แต่ถ้าใช้ชื่ออื่นแล้วก็จะไม่มีใครรู้ว่าชื่อจริง ๆ ของเพื่อน ๆ คืออะไร แล้วเวลาที่เราใช้ email ส่งงานที่ทำงาน หรือว่าส่งหาลูกค้า เขาก็จะยิ่งงงใหญ่ว่าอีเมลนี้มาจากใคร

เช่น ถ้าเพื่อน ๆ ใช้  อีเมลว่า mickeymouse_love@email.com เมื่อลูกค้าได้รับอีเมลจากเพื่อน ๆ หรือเราส่งอีเมลไปเสนอสินค้าให้กับลูกค้าโดยที่เขาอาจจะไม่รู้ว่าเราจะส่งหาเขามาก่อน เขาก็อาจจะงงว่าเป็นใคร หรืออาจจะไม่อยากเปิดอ่านด้วยซ้ำค่ะ

เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อน ๆ ใช้ชื่อ และก็นามสกุลจริงของเพื่อน ๆ ก็จะดีกว่าค่ะ แล้วมันก็จะเป็นอีเมลที่เพื่อน ๆ จะใช้ได้ไปตลอดชีวิตเลย

โดยเฉพาะเวลาที่มีคนจะส่งอีเมลให้กับเพื่อน ๆ เขาก็ไม่ต้องคิดนะว่าคนนี้ชื่อ email ว่าอะไรแต่ก็แค่เขียนชื่อเพื่อน ๆ เป็นภาษาอังกฤษแล้วจะส่งอีเมลให้กับเพื่อน ๆ ได้เลยจ้า

2. ถ้านามสกุลของเรายาวเกินไป ใช้เป็นตัวย่อได้ค่ะ ในบางครั้ง นามสกุลของเพื่อน ๆ ก็อาจจะยาวกว่าชื่อเต็มของจังหวัดกรุงเทพมหานคร และบางคนยาวทั้งชื่อจริงทั้งนามสกุลจริง

เพราะฉะนั้นถ้าชื่อของเพื่อน ๆ ยาวอยู่แล้ว เพื่อน ๆ อาจจะแก้ปัญหาโดยการที่ใส่แค่ตัวอักษรเริ่มต้นของนามสกุลของเพื่อน ๆ

เพราะว่าเพื่อน ๆ ต้องนึกถึงเวลาที่มีลูกค้าหรือมีใครสอบถามอีเมลของเราผ่านทางโทรศัพท์ และถ้าเราต้องสะกดให้กับเขา พูดทั้งชื่อจริงและนามสกุลของเราเป็นภาษาอังกฤษในอีเมลของเรา

เบญคิดว่าน่าจะใช้เวลาหลายชั่วโมงค่ะกว่าที่เราจะจบบทสนทนาที่ว่าอีเมลของคุณคืออะไร

และอีกอย่างนะคะ เพื่อน ๆ สามารถใช้สัญลักษณ์ภาษาอังกฤษที่จะเว้นวรรคชื่อและนามสกุลของเพื่อน ๆ ในอีเมลได้ค่ะ อันนั้นไม่ได้ทำให้เราดูเหมือนว่าเรามี email ที่ไม่โปร แต่มันเป็นการเว้นวรรคที่ใช้เว้นวรรคไม่ได้ในชื่ออีเมลนั่นเอง เช่น

เบญชื่อ Benchawan นามสกุล Korkit ก็อาจจะตั้งชื่ออีเมลเป็น

benchawan.korkit@fmail.com หรือ benchawan_k@abc.com

ซึ่งเบญเชื่อว่า ชื่อและนามสกุลของคนไทนส่วนใหญ่ไม่ค่อยซ้ำกันอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้ไม่ได้ เพื่อน ๆ ก็สามารถเติมเลขเข้าไปได้เลยจ้า แต่ไม่ต้องใส่แบบ 0123456789 นะคะ


เคล็บลับที่ 2 เลือกใช้รูปแบบที่ถูกต้อง

หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้ email address อันใหม่ ที่ชื่อของมันดูโปร และบอกตัวตนว่าเราเป็นใครมาขึ้นแล้ว เราก็มาเริ่มเขียนจดหมายภาษาอังกฤษกันเลยค่า~

เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเขียนจดหมายนี้โดยตรงบนอีเมลของเพื่อน ๆ หรือเขียนบน Microsoft words หรือ Google doc. เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกเอาไว้เลยนะคะ

วิธีการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษตามลำดับที่ถูกต้อง ก็มี 5 ลำดับง่าย ๆ ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ เขียนอีเมลตามนี้ รับรองว่ามันจะต้องออกมาเหมือนโปรมาแน่ ๆ เลยค่ะ

ลำดับการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษมีดังนี้ คือ

1. เริ่มด้วยการกล่าวทักทายภาษาอังกฤษ ทุกครั้งที่เราเขียนอีเมล หรือจดหมายภาษาอังกฤษนี้นะคะ ห้ามลืมเด็เขาดที่จะใส่คำทักทายภาษาอังกฤษลงไปด้วย

เพราะการทักทายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับวัฒนธรรมต่างชาติ และก็ของประเทศไทยเช่นเดียวกันค่ะ  เช่น คำว่า “Dear Lillian

ถ้าเพื่อน ๆ เขียนจดหมายให้กับคนที่เพื่อน ๆ ไม่รู้จักเลย อาจจะเป็นการคุยกันครั้งแรก หรือลูกค้าจากที่ทำงาน ก็ควรใช้นามสกุลของเค้า แทนชื่อของเค้าค่ะ เช่น “Dear Mrs. Price”.

ถ้าเกิดเป็นคนที่เราค่อนข้างสนิทด้วย หรือว่าเป็นลูกค้าประจำของเราที่เรารู้จักเค้าดี ก็สามารถใช้คำว่า “Hi Kelly” ก็ได้เช่นกันค่ะ

แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่รู้ชื่อของเค้า หรือนามสกุล หรืออะไรเกี่ยวกับเค้าเลย เรารู้แค่อีเมลของเค้าเราก็สามารถใช้คำทักทายได้ว่า “To whom it may concern” หรือ “Dear Sir/Madam”.

2. กล่าวขอบคุณผู้รับจดหมาย บางครั้งเราอาจจะเคยได้ยินว่า ให้กล่าวขอบคุณในตอนจบของจดหมาย แต่จริง ๆ เราควรขอบคุณคนที่ส่งจดหมายมาติดต่อเรา หรือส่งจดหมายมาสอบถามเราเรื่องนั่นนี่ แปลว่าเค้ากำลังสนใจผลิตภัณฑ์ของเราค่ะ และมีหวังที่เราจะขายได้อย่างแน่นอนเลย

เช่น เมื่อมีคนส่งข้อความเข้ามาสอบถามรายละเอียดสินค้าของเรา เราสามารถบอกได้ว่า “Thank you for contacting ABC Company”

หรือถ้าเราได้ส่งจดหมายออกไปหาลูกค้า หรือใครบางคน และเค้าส่งจดหมายตอนกลับเรามา ก็อย่าลืมที่จะกล่าวขอบคุณเค้าค่ะ เช่น “Thank you for your prompt reply” หรือ  “Thanks for getting back to me”

นี่เป็นอีกเคล็บลับนึงค่ะ ที่จะทำให้ผู้ที่ได้รับจดหมายภาษาอังกฤษฉบับนี้เอ็นดู และรู้สึกว่าเราเป็นคนสุภาพทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จักกันก็ตาม และทำให้อยากอ่านจดหมายต่อจนจบจ้า

3. บอกวัตถุประสงค์ในการเขียนจดหมายครั้งนี้ หลังจากนั้น ก็เขียนวรรคต่อไปได้เลยค่ะ ระบุให้ชัดเจนว่าจดหมายนี้ เราเขียนมาเพื่อสื่อสารอะไรให้กับผู้รับจดหมายได้เข้าใจตรงกัน เช่น “I am writing to enquire about …” หรือ “I am writing in reference to …”.

4. ขอบคุณผู้อ่านอีกครั้งนึง หลังจากที่เราได้บอกเนื้อหาของจดหมายที่เราต้องการส่งวันนี้ รายละเอียด หรืออะไรก็ตามเรียบร้อย มันก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เลย ถ้าเราจะกล่าวขอบคุณผู้อ่านอีกครั้ง

เช่น “Thank you for your patience and cooperation” หรือ “Thank you for your consideration” 

และก็ตามด้วย “If you have any questions or concerns, don’t hesitate to let me know” และ “I look forward to hearing from you” ซึ่งหมายความประมาณว่า ถ้าเกิดว่ามีคำถาม หรือต้องการอยากทราบเกี่ยวอะไรเพิ่มเติมสามารถถามมาได้เสมอ และหวังว่าจะได้รับคำตอบ / การติดต่อกลับจากคุณอีกครั้ง

5. กล่าวคำลา / อวยพร ตอนจบจดหมาย ลำดับสุดท้ายในการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษนะคะ ก็คือการใส่คำเหล่านี้ค่ะ เช่น “Best regards”, “Sincerely” หรือ “Thank you” และจบด้วยชื่อนามสกุลของเรา และตำแหน่งของเราในที่ทำงานค่ะ

บางครั้งเป็นจดหมายสำคัญมาก ๆ ที่เพื่อน ๆ อยากให้จดหมายนั้นออกมาดี แต่ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี เพื่อน ๆ สามารถใช้โปรแกรมแปลภาษา ไทย-อังกฤษ ที่จะช่วยเพื่อน ๆ ได้ค่ะ

แต่เพื่อน ๆ ควรจะเลือกโปรแกรมหรือเว็บแปลภาษาที่เชื่อถือได้ 100% นะคะ

เบญได้แนะนำเว็บปแลภาษาไทย-อังกฤษไว้ในโพสต์นึงค่ะ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ


เคล็บลับที่ 3 เลือกใช้ภาษาเขียน แทนภาษาพูด

อย่างที่เราทราบกันนะคะ สำหรับภาษาแล้ว ก็จะมีแบบทางการ และไม่ทางการ รวมถึงภาษาพูด และภาษาเขียน ตัวอย่างเช่น

เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

ภาษาพูดภาษาไทย: หวัดดี เป็นไงบ้างอ่ะ ไม่เจอตั้งนานเลย อยากซื้อของกับเรามั้ย

ภาษาเขียนภาษาไทย: สวัสดีค่ะ เบญจวรรณ ก่อกิจ จากบริษัททรัพย์จาง มีแค็ตตาล็อกสินค้าใหม่ล่าสุด มานำเสนอให้กับลูกค้าค่ะ

และในภาษาอังกฤษเองก็มีเช่นเดียวกันค่ะ ตัวอย่างเช่น

ภาษาพูดภาษาอังกฤษ: Hi, Do you wanna buy some of our products?? 🙂

ภาษาเขียนภาษาอังกฤษ: Hello, I’m Benchawan from ABC company. What would you like to order from the company? If you need more information please contact me anytime. Thank you.

ประมาณนั้นค่ะ หวังว่าเพื่อน ๆ จะเห็นความแตกต่าง เพราะมันไม่ใช่แค่ อ่อ ภาษาเขียนต้องยาวกว่าภาษาพูด แต่มันเป็นคำที่เลือกใช้ ใส่สัญลักษณ์ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง ถูกทางค่ะ


เคล็ดลับที่ 4 ตรวจสอบการสะกดคำ และแกรมม่าภาษาอังกฤษ

เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

อีกหนึ่งเคล็บลับ ที่ไม่ลับนะคะ ก็คือว่า ทุกครั้งที่เราเขียนข้อความ จดหมาย หรืออะไรก็ตาม เราควรเช็คตัวสะกดของคำนั้น ๆ ให้เรียบร้อยก่อนส่งค่ะ

เพราะว่าถ้าเราพูดภาษาอังกฤษกับลูกค้า และเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย และภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรกของเรา

และบางครั้งเราก็ยังพูดผิด พูดถูกบ้าง เพราะเรากำลังพยายามเรียนภาษาอังกฤษอยู่ เค้าก็พอจะเข้าใจค่ะ

แต่สำหรับการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ใช่การที่เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือว่าต้องส่งภายใน 5 วินาที แต่เบญเชื่อว่าส่วนใหญ่เราก็จะมีเวลาในการเขียนแต่ละประโยค แต่ละบรรทัดให้ออกมาให้ดีที่สุด และหวังว่าผู้รับจะเข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารกับเค้าค่ะ

เพราะฉะนั้น การใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง การเลือกประโยคภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง และการสะกดคำภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง เป็นสิ่งแรก ๆ เลยที่ผู้ได้รับจดหมายคาดหวังว่าจะได้รับจากเราค่ะ

เบญเชื่อว่าจะมีลูกค้าบางคนในโลกนี้ ที่เค้าชอบการอ่านจดหมายภาษาอังกฤษที่เขียนมาแบบโปร และเรามีสิทธิ์เสียลูกค้าเหล่านั้นไปง่าย ๆ เลย ถ้าเกิดเราสะกดคำผิดเยอะ ๆ

ซึ่งทางออกของเคล็บลับนี้ หรือทางหลีกเลี่ยงไม่ให้เราต้องเสี่ยงกับการสะกดผิดก็คือ

1. เช็คจดหมายตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างน้อย 2 ครั้ง

เป็นวิธีที่เหมือนจะง่าย แต่เราก็ยังมีความเสี่ยงค่ะ เนื่องจากพอเราเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนั้นเองเราอ่านมันบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เรามองข้ามคำที่เราสะกดผิดไปได้

แต่ก็มีสิทธิ์ที่เราจะตรวจมันให้ถูกได้ 100% ค่ะ แต่สำหรับเบญก็ยังคิดว่ามันค่อนข้างยากอยู่ดีที่จะทำแบบนั้นได้ โดยเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษด้วย

2. หาเพื่อนให้ช่วยเช็คจดหมายภาษาอังกฤษของเราให้

วิธีนั้นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้จดหมายของเราได้ถูกตรวจสอบได้ในระดับหนึ่งค่ะ แต่ปัญหามันก็จะอยู่ตรงที่ว่า เราอาจจะต้องหาเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างเก่งภาษาอังกฤษเลย ที่จะตรวจให้กับเรา เพราะถ้าเค้าไม่รู้จักคำพวกนั้นด้วยซ้ำ เค้าก็คงตรวจให้กับเราไม่ได้

เฮ้อ…การตรวจสอบภาษาอังกฤษให้ถูกต้องนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่มั้ยคะ แต่อย่าเพิ่งถอดใจค่ะ เบญมีอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพื่อน ๆ ค่ะ ก็คือ…

3. ใช้ตัวช่วยออนไลน์ ตรวจไปตอนขณะพิมพ์ หรือตรวจหลังจากเขียนเสร็จได้เลย!

เบญได้ไปเจอเว็บไซต์หนึ่งค่ะ ที่เค้าทำโปรแกรมตรวจสอบภาษาอังกฤษให้กับเรา ทั้งคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และแกรมม่าภาษาอังกฤษ แถมช่วยแก้ให้ภาษาอังกฤษของเราดูดีขึ้นอีกเยอะ โปรมากกว่าใน Google Translate อีกค่ะ

และโปรแกรมนั้นก็มีชื่อว่า Grammarly.com ซึ่งเค้ามีเวอร์ชั่นฟรีให้เพื่อน ๆ ใช้ค่ะ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ใช้และรู้สึกว่าดี และเพื่อน ๆ ทำงานเกี่ยวกับการเขียนรายงานภาษาอังกฤษ หรือต้องส่งจดหมายหรืออีเมลลให้กับลูกค้าอยู่เสมอ

เบญขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ซื้อโปรแกรมของเค้าค่ะ และมันจะช่วยเพื่อน ๆ ได้เยอะเลยจริง ๆ เพราะเบญก็ใช้อยู่เหมือนกันค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆ สนใจ ไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่เบญได้เขียนแนะนำ วิธีการใช้โปรแกรมตรวจจับคำศัพท์ และไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้เลยจ้า~

และเราจะไม่ต้องเสี่ยงกับสายตาตัวเอง หรือรบกวนผู้อื่นอีกต่อไปเล้ยยย


เคล็ดลับที่ 5 ตรวจสอบที่อยู่ และชื่อผู้รับก่อนส่ง

เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ

สิ่งสุดท้ายนี้นะคะ เป็นอีกเคล็ดลับนึงที่ทำได้ไม่ยากเลย แต่ก็เป็นข้อที่สำคัญเช่นเดียวกันกับข้ออื่น ๆ ค่ะ

ก็คือว่า มีอยู่ 3 สิ่งสำคัญ ที่เพื่อน ๆ ควรเช็ครอบสุดท้ายให้ดี ก่อนกดปุ่ม ส่ง

3 สิ่งที่เบญว่านั้นก็คือ..

1. ชื่ออีเมลผู้รับ เพราะว่าถ้าเพื่อน ๆ พิมพ์ตกหล่นแค่ตัวเดียว หรือลืมตัวเลขแค่ตัวเดียว ก็อาจจะทำให้จดหมายของเพื่อน ๆ ไปไม่ถึงผู้รับ แต่อาจจะส่งไปหาคนอื่นแทน หรือตีกลับมาทำให้เราต้องเสียเวลาส่งใหม่อีกครั้งค่ะ

2. ชื่อบริษัท หรือชื่อที่ทำงาน บางครั้งชื่อที่งานของเราอาจจะเป็นคำทับศัพท์จากภาษาไทย เพราะฉะนั้นโปรแกรมตรวจสอบภาษาอาจจะจับไม่ได้ถ้าเราพิมพ์ผิดค่ะ แต่มันก็จะทำให้ผู้รับงงว่าใช่ที่ ๆ เค้าอยากติดต่อหรือเปล่า หรือดูไม่โปรค่ะ

3. ข้อมูลติดต่อกลับ เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลลอื่น ๆ ที่เราต้องการให้ผู้รับติดต่อกลับในครั้งหน้า เพราะถ้าเบอร์ผิดไปแค่ตัวเดียว เค้าก็จะโทรไม่ติด หรือโทรไปติดเบอร์คนอื่น ซึ่งมีสิทธิ์ทำให้เราเสียความน่าเชื่อถือ และเสียลูกค้าได้ค่ะ


เท่านี้เพื่อน ๆ ก็สามารถเขียนจดหมายภาษาอังกฤษส่งให้ลูกค้า บอส หรืออื่น ๆ ได้แบบโปรแล้วล่ะค่ะ และมันก็ไม่เกี่ยวกับว่าเพื่อน ๆ จะเก่งภาษาอังกฤษหรือเปล่าด้วยค่ะ เพราะว่าถ้าเพื่อน ๆ อยากเก่งภาษาอังกฤษ เพื่อน ๆ สามารถเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มได้เสมอ

แต่มันเกี่ยวกับความรอบคอบ และความใส่ใจ ซึ่งถ้าเป็นเบญ เบญจะเลือกใช้ตัวช่วยที่จะช่วยตรวจแกรมม่า และคำศัพท์ภาษาอังกฤษของเบญค่ะ เพราะขนาดคนที่พูดภาษาอังกฤษแต่เกิด หรือเจ้าของภาษา เค้าก็ยังใช้โปรแกรมนี้ในการเขียนภาษาอังกฤษเลยค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆ เคยใช้ หรือลองโหลด Grammarly ไปใช้แล้ว ชอบหรือไม่ชอบยังไง ดีหรือไม่ดียังไง เพื่อน ๆ คอมเม้นมาบอกกันบ้างนะคะ และก็แนะนำให้เพื่อนคนอื่น ๆ ใช้ด้วยจ้า

เคล็ดลับ 5 อย่างนี้ ช่วยเพื่อ ๆ ห้เขียนจดหมายภาษาอังกฤษดีขึ้นหรือเปล่าคะ? ยังไงคอมเม้นบอกกันให้ฟังบ้างนะคะ ว่าเคล็ดลับการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษของเพื่อน ๆ คืออะไรบ้าง

Leave a Comment