เขียน Cover letter ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ยังไงให้ดูโปร

|

รู้หรือไม่ คุณเองก็เขียน Cover letter ภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่รู้จักกับเคล็ดลับพวกนี้ และตัวช่วยดี ๆ ชีวิตของคุณก็จะง่ายขึ้นในทันที!

แต่บอกไว้ก่อนนะคะ ว่าโพสต์นี้ที่เบญเขียน อาจจะเหมาะกับคนที่เคยมีประสบการณ์งานมาแล้ว และกำลังจะย้ายงานค่ะ

ถ้าคุณไม่เคยมีประสบการณ์งานมาก่อน อาจจะต้องเปลี่ยนคำพูดนิดหน่อย แต่ก็ยังเอาเคล็ดลับ และตัวช่วยที่เบญแนะนำไปใช้ได้อยู่ค่ะ

Cover letter คืออะไร

Cover letter เรียกเป็นภาษาไทยว่า จดหมายนำ หรือจดหมายสมัครงาน ที่จะอยู่หน้าแรกของเรซูแม่ของเราล่ะ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือเป็นบทนำ หรือการเกริ่นนำเกี่ยวกับตัวเอง

มีหน้าที่ และเป้าหมายช่วยทำให้คนที่อ่านอยากอ่านเรซูเม่ของเราของเราต่อ

ซึ่งการเขียนจดหมายนำนี้ จะต้องใช้คำที่เป็นทางการ และสุภาพ ควรมีคำขึ้นต้น และลงท้าย เหมือนกับการเขียนจดหมายทั่วไปเลยค่ะ

หลายครั้งเราอาจจะเห็นว่า Cover letter เป็น optional หรือว่าเป็นสิ่งที่เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่แนะนำให้ทำค่ะ เพราะการที่เราเตรียมตัวมากเกินไป ก็ดีกว่าการที่เราเตรียมตัวน้อยเกินไปเสมอ

ยกเว้นว่าที่ทำงานจะบอกเราว่าไม่ต้องแนบจดหมายนำมา เราก็ไม่ต้องทำจ้า

Cover letter ต้องมีอะไรบ้าง

ข้างล่างนี้ เบญจะลองเอาตัวอย่างสั้น ๆ ของแต่ละหัวข้อสิ่งที่คุณควรใส่ลงไปในจดหมายนำนะคะ แต่อย่าลืมแบ่งเป็นย่อหน้า ห้ามพิมพ์ลงไปทีเดียว จะทำให้คนที่เห็นไม่อยากอ่านต่อค่ะ

หัวจดหมาย Cover letter

ข้างบนจดหมายนี้นะคะ ก็จะเริ่มด้วย ข้อมูลส่วนตัวของคุณและคนที่คุณเขียนถึง เช่น ชื่อ อีเมลล์ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ วันที่ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น

คำทักทาย Cover letter

ก่อนจะเข้าเนื้อหาของจดหมายนำ เราควรใส่ชื่อก่อนว่า เราส่งจดหมายนี้ให้กับใครอ่าน เหมือนกับเวลาที่เราเขียนจดหมายภาษาไทย บอกว่า เรียนคุณ….

มีตัวเลือกให้เลือกใช้ตามนี้เลยค่ะ:

1. Dear Sir/Madam, To Whom It May Concern: ใช้คำนี้ ถ้าคุณไม่รู้ว่าจดหมายนี้ต้องส่งให้กับใคร

2. Dear Mr. Watson, ใส่นามสกุลของเค้า และเลือกคำว่า Mr. ถ้าเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงให้เปลี่ยนเป็นคำว่า Ms.

3. Dear Ms. Warunee Sukjai, Dear General Manager, ถ้าเรารู้ทั้งชื่อและตำแหน่งก็ใส่ได้เลยค่ะ

ขั้นตอนนี้เองก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญนะคะ พยายามเช็คและแน่ใจว่าเราได้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ และตำแหน่งมาถูก เพราะถ้าเราใส่ผิด คนที่อ่านน่าจะรู้สึกไม่โอเคแน่ ๆ เลยค่ะ

เนื้อหา Cover letter

และนี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในจดหมายนำนี้ค่ะ คือการพูดถึงตัวเราเองให้น่าสนใจมากที่สุด โดยที่อาจจะพูดถึงสิ่งต่อไปนี้ เช่น

1. เปิดด้วยการพูดถึงว่าคุณได้ยินเกี่ยวกับงานนี้ได้ไง และทำไมคุณถึงสนใจในตำแหน่งที่คุณสมัครมา (ระวังอย่าใส่ชื่อตำแหน่งงานผิดนะคะ) เช่น

“I’m writing in response to the teacher assistant position posted on Indeed.”

2. เขียนถึงจุดแข็งของคุณ และสกิลของคุณ ไม่ต้องเลือกมาหลายข้อนะคะ เลือกข้อที่ดีที่สุด และเข้ากับตำแหน่งงานที่คุณกำลังสมัครมามากที่สุด

เบญได้เขียนเกี่ยวกับการพูดถึงจุดแข็งของคุณเป็นภาษาอังกฤษไว้ เข้าไปอ่านเพิ่มเป็นไอเดียได้ค่ะ

3. ยกตัวอย่างความสำเร็จ หรือสิ่งที่คุณได้ทำในงานเก่าว่าคุณได้ทำอะไรไว้บ้าง และมันช่วยหนุนให้หน้าที่ที่คุณจะได้รับเข้าทำงานนั้นยังไง เช่น

“I’m a school organizer. In my past roles, I’ve helped my colleagues increase their productivity by introducing them to my favorite organization tools and strategies.”

4. พูดถึงความตื่นเต้น และ passion หรือหัวใจของคุณที่มีต่องานนี้ เพราะทุกที่ทำงานก็อยากได้คนที่จะกระตือรื้อร้นกับงานของบริษัทเค้าค่ะ

5. บอกเค้าว่าคุณนั้นหวังว่าจะได้กลับมาสัมภาษณ์งานที่นี่อีก แต่อย่าพูดไปตรง ๆ นะคะว่าฉันขอให้คุณสัมภาษณ์ฉันด้วย แต่ใช้คำเอ่ยเป็นนัย ๆ ค่ะ เช่น

“I hope you’ll consider me for this position. I’m looking forward to meeting with you to discuss my fit for this role further.”

“I would like to meet in person to discuss this position further. Please contact me at 065-456-7890 or [email protected]

เห็นมั้ยคะ เป็นการพูดนัย ๆ ว่า หวังว่าคุณจะเก็บไปคิด และหวังว่าจะเจอกันอีก (นัดสัมภาษณ์) ในอนาคตนะ

เบญคิดว่าใส่ท่อนนี้ไปด้วยก็ดีนะคะ ทำให้รู้สึกว่าเราอยากได้งานนี้จริง ๆ 🙂

คำลงท้าย Cover letter

คำลงท้ายจะประกอบด้วย 3 อย่างหลัก ๆ นะคะ ก็คือ คำจบจดหมายอย่างสุภาพ ลายเซ็นต์ของเรา และชื่อเต็ม นามสกุลของคุณ

หรือข้อมูลติดต่อสำคัญ เช่น เบอร์โทร และอีเมลล์ (ใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้)

คำจบจดหมายที่มีให้เลือกใช้:

1. Yours sincerely,

2. Sincerely yours,

3. Respectfully,

4. Sincerely,

เคล็ดลับบเขียน Cover letter ให้ดูโปร

1. เขียนให้กระชับได้ใจความ

คุณต้องจำไว้นะคะว่าจดหมายนำ หรือ cover letter นี้ มีไว้เพื่อเป็นแผ่นหน้าด่าน ที่จะช่วยให้คนอ่านอยากอ่าน Resume ของเรา หรือว่าจบไว้แค่นั้น

พยายามเขียนจดหมายนำให้อยู่ใน 1 หน้ากระดาษค่ะ และเน้นแต่ข้อความที่จำเป็น ให้เค้าเป็นประสิทธิภาพ และความสามารถให้ตัวเรามากที่สุด

2. ไม่จำเป็นต้องใช้คำภาษาอังกฤษที่ยากซับซ้อน

พอคิดถึงจดหมายสมัครงาน และบอกให้ใช้คำสุภาพ เราก็นึกไปถึงคำศัพท์ภาษาอังกฤษยาก ๆ ที่เราแทบจะไม่เคยได้ยินในชีวิตเลยใช่มั้ยคะ

แต่เบญจะบอกว่า จริง ๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องใช้คำยาก หรือเขียนให้มันซับซ้อนเวอร์ แต่แค่ใช้คำที่ตรงกับสิ่งที่เราอยากจะสื่อ และทำให้คนอ่านเข้าใจในสิ่งที่เราเขียนก็พอค่ะ

เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปนั่งตามหาลิสต์คำศัพท์แบบทางการจ๋า ๆ ของภาษาอังกฤษมาเพื่อใส่ในจดหมายนำนี้นะคะ แค่เลือกคำที่โอเค ทางการหน่อย ๆ แบบที่ไม่ได้ใช้คุยเล่นกับเพื่อนสนิทก็โอเคแล้วค่ะ

3. ตรวจคำผิด และรูปแบบไวยากรณ์ให้ถูกต้อง

เพราะว่า Cover letter ที่เราต้องเขียนนั้น จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และเราก็รู้ว่าภาษาอังกฤษนั้นไม่ใช่ภาษาที่เราถนัดเท่าไหร่ ทำให้เราอาจจะพิมพ์ผิด สะกดผิด หรือแกรมม่าไม่ถูกต้อง

เบญเอาโปรแกรมที่เบญใช้ประจำ และก็ช่วยตรวจภาษาอังกฤษของเบญได้ในทุก ๆ งานเลยค่ะ และก็ใช้ได้กับทุกโปรแกรม

ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์ ใน Google docs หรือโปรแกรมพิมพ์งานอื่น ๆ ในโน๊ตบุ้ค และบนมือถือของเรา เค้าก็ตรวจได้หมดเลยค่ะ

โดยเฉพาะจดหมายนำ ที่เราต้องส่งไปเพื่อสมัครงาน และเราอาจจะมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ถ้าเรามีข้อผิดพลาดเยอะ เช่น สะกดผิด พิมพ์ผิด และแกรมม่าผิด ก็มีสิทธิ์เยอะที่เค้าจะมองข้ามเราค่ะ

โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Grammarly เป็นโปรแกรมที่แม้แต่คนต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ก็ติดตั้งไว้ที่เครื่อง เพื่อช่วยตรวจสอบภาษาอังกฤษของเค้าค่ะ

ถ้าคุณสนใจเข้าไปอ่านรีวิว และวิธีใช้โปรแกรมตรวจภาษาอังกฤษ Grammarly ได้เลย

หรือว่าจะเข้าไปดูหน้าตาของโปรแกรมนี้ด้วยตัวเอง ก็เข้าไปได้ที่ Grammarly.com

มีทั้งเวอร์ชั่นฟรี ที่จะตรวจทั่วไปเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าจะให้ช่วยเรื่องแกรมม่า และการเขียนประโยคยาว ๆ เนื้อเรื่องยาว ๆ เบญขอแนะนำให้อัพเกรดค่ะ

4. จัดรูปแบบให้น่าอ่าน

คุณควรจะจัดหน้ากระดาษ แบ่งแต่ละย่อหน้าให้อ่านง่ายนะคะ อย่าเขียนติดกันยาว ๆ จนอ่านไม่ออก หรือทำให้รู้สึกไม่อยากอ่าน เพราะดูเยอะเกินไป

ส่วนตัวแล้ว เบญขอแนะนำ Canva.com ที่จะช่วยตกแต่งให้ Cover letter ของคุณดูเป็นโปรมากขึ้น โดยการเพิ่มสีนิดหน่อย หรือว่าลูกเล่นของหัวจดหมาย

แต่ก็อย่าใส่เยอะเกินไป จนทำให้ดูเหมือนจดหมายบอกรักของเด็ก ๆ นะคะ

Canva เค้าเป็นเว็บที่ช่วยเรื่องการดีไซน์ต่าง ๆ มีสี มีรูป มีลายเส้นให้เราได้เลือกตกแต่งงานองเราได้เลย และถ้าเราลงทะเบียนกับ Canva และค้นหา Cover letter ก็จะมีตัวอย่างให้ดูประมาณนี้ค่ะ

จริง ๆ มี Cover letter templates ให้เลือกอีกหลายแบบนะคะ และเค้าก็จัดหน้ากระดาษมาให้เราดูแล้วด้วย ว่าควรจะเป็นยังไง ก็จะยิ่งง่ายขึ้นเลยค่ะ

และโปรแกรมตรวจภาษาอังกฤษ Grammarly ก็ใช้บนเว็บ Canva ได้นะคะ มี 2 อย่างนี้ ก็จะช่วยให้ Cover letter ของคุณออกมาสมบูรณ์แบบเหมือนโปรเลยค่ะ

ตัวอย่าง Cover letter

เบญจะเขียนตัวอย่างจดหมายนำให้ดูกันนะคะ โดยที่ใช้สิ่งที่ได้พูดไปบ้างบนนี้แล้วว่าต้องใส่อะไร ลงไปประมาณไหนบ้าง

จะได้เป็นไอเดียให้กับคน ที่กำลังจะเริ่มเขียน Cover letter ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องไปจ้างคนอื่นแพง ๆ

แค่มี Google ไว้ช่วยหาคำศัพท์เพิ่มเติม (หรือแอบดูจดหมายของคนอื่น อิอิ) โปรแกรมตรวจภาษาอังกฤษ Grammarly และ เว็บช่วยดีไซน์ออกแบบ Canva ก็พอแล้วค่ะ

เพราะนั่นคือสิ่งที่เบญใช้สำหรับการเขียน Cover letter ด้วยตัวเองค่ะ

ถ้าคุณดูในโทรศัพท์และรู้สึกว่าตัวเล็กไป ซูมเข้าดูได้เลยนะคะ 🙂

ตัวอย่าง Cover letter

หวังว่าคุณจะชอบเคล็ดลับ และตัวช่วยที่เบญเอามาฝากในวันนี้นะคะ และหวังว่าคุณจะเริ่มเขียน Cover letter ด้วยตัวเอง

และเป็นหนึ่งในอีกหลายแผ่นที่ถูกเลือกให้ได้เข้าไปสอบสัมภาษณ์งานนะคะ สู้ ๆ จ้า!

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด

อยากเก่งอังกฤษ แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

ถ้าคุณอยากพูด ฟัง และใช้ภาษาอังกฤษเก่ง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้เบญช่วยคุณนะคะ เบญได้เตรียมเคล็ดลับเริ่มเก่งภาษาอังกฤษฟรี ที่ทั้งง่าย และรับรองเลยว่า จะช่วยให้คุณได้เริ่มก้าวแรกของการเก่งภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้อง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเองอีกต่อไป

มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเริ่มเก่งภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

homepage