Top 10 คำถาม+คำตอบ สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

เพื่อน ๆ พร้อมหรือยังที่จะต้องสัมภาษณ์งาน เป็นภาษาอังกฤษ?

ถ้าคำตอบคือ ใช่ เพื่อน ๆ สามารถปิดหน้าต่างของโพสต์นี้ไปได้เลยค่ะ 555

แต่ถ้าคำตอบคือ ไม่ แปลว่าเพื่อน ๆ มาถูกโพสต์แล้วค่ะ โพสต์นี้ถูกเขียนมาเพื่อนเพื่อน ๆ โดยเฉพาะเลยจ้า~

ถ้าเพื่อน ๆ ยังมีเวลาเหลือเยอะ กว่าจะที่ได้สอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อน ๆ สามารถไปฝึกพูดภาษาอังกฤษกันก่อนเลยค่ะ สำเนียงจะได้เป๊ะ ๆ ก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง

แต่ถ้าเพื่อน ๆ หางานใหม่ ที่อยากทำได้แล้ว และเค้ากำลังจะเรียกเพื่อน ๆ ไปสัมภาษณ์ในเร็ววันนี้ เบญก็แนะนำให้เพื่อน ๆ ไปเตรียมตัว เตรียมประโยคคำตอบด้วยกันเลยค่า

จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยที่เราจะเตรียมตัว และเตรียมคำตอบของเราสำหรับการสัมภาษณ์ที่จะมาถึงนี้นะคะ

และในความคิดของคนที่ถามเราก็คือ คำถามเหล่านั้นก็ไม่ใช่คำถามยากอะไร เพราะฉะนั้นผู้จัดการ หรือแผนกส่วนบุคคลที่เป็นคนสัมภาษณ์เพื่อน ๆ เค้าก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะตอบมันได้ และตอบมันอย่างดีค่ะ

วิธีเตรียมตัวในการเตรียมสัมภาษณ์งาน

ท่องจำ หรือไม่ท่องจำ เป็นตัวเลือกของเพื่อน ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ สามารถเลือกได้ บางคนถนัดท่องทั้งหมดก่อน และเวลาพูดก็จะมั่นใจขึ้น

สัมภาษณ์งาน ภาษาอังกฤษ

หรือบางคนเลือกที่จะจำเพียงแค่หัวข้อหลัก ๆ หรือคำศัพท์ภาษาอังกฤษยาก ๆ ที่เตรียมไว้

แต่เบญของแนะนำว่า เมื่อเพื่อน ๆ เขียนคำตอบของตัวเองไว้แล้ว ก็ควรฝึกอ่านบ่อย ๆ ค่ะ

เพื่อที่จะได้ไม่ประหม่า หรือลืมคำตอบเวลาที่ต้องตอบจริง ๆ

และเชื่อเบญได้เลยค่ะ ว่าถ้าเพื่อน ๆ ได้เตรียมตัว เตรียมคำตอบมาไว้อย่างดีแล้ว ก็จะยิ่งทำให้เพื่อน ๆ มีความมั่นใจเมื่อตอบคำถาม

และไม่แสดงความเครียด และความกังวลออกมาด้วยค่ะ

เช่นเดียวกันกับการหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเรียนเพิ่ม เพื่อที่จะได้ฝึกสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษของเพื่อน ๆ ให้ดีขึ้น

และฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษที่จะได้ยิน แม้กระทั่งจะเป็นแค่คำถามสั้น ๆ ถ้าเราฟังไม่ออก ก็เขินอยู่เหมือนกันค่ะ

เพราะฉะนั้นแล้ว เพิ่มความมั่นไปด้วยการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มไปพร้อม ๆ กันค่ะ…

สิ่งที่สำคัญก็คืออย่าลืมเช็คให้เรียบร้อยด้วยนะคะ ว่าประโยคของเราสะกดถูกมั้ย และไวยากรณ์ของเราเป็นยังไงบ้าง ก่อนที่จะเอาไปท่อง

โดยถ้าพูดถึงการพิมพ์ภาษาอังกฤษแล้ว โปรแกรม 1 ในดวงใจของเบญก็คือ Grammarly ค่ะ

ซึ่งเค้าจะช่วยเราจับคำผิด เปลี่ยนคำที่เพราะว่า และเรียงไวยากรณ์ของเราให้ดูโปรมากขึ้นค่ะ เพื่อน ๆ ของเข้าไปอ่านรายละเอียดข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ

แล้วเบญรับรองเลยว่า แต่งประโยค หรือการพิมพ์ภาษาอังกฤษยาว ๆ จะไม่ใช่ปัญหาของเพื่อน ๆ อีกต่อไป

1. Tell me about yourself.

Tell me about yourself / Can you tell me about yourself?

แปลว่า ช่วยแนะนำตัวเองหน่อย หรือเล่าเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

 ผู้สัมภาษณ์นะคะ อยากรู้ว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงเหมาะสมกับการได้งานที่นั่น เพื่อน ๆ ก็พยายามตอบคำถามโดยที่ไม่ต้องตอบเหมือนฉันมั่นใจมากเกินไปเกี่ยวกับตัวเอง

หรือไม่มีความมั่นใจเลย หรือว่าให้ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น แม่ฉันชื่อนี้ พ่อฉันชื่อนี้

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

เพื่อน ๆ สามารถเริ่มจากการพูดถึงชีวิตส่วนตัวนิดหน่อย

เช่น กิจกรรมยามว่างที่ชอบทำคืออะไร หรือว่าเรียนจบที่ไหน และอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

และอาจจะเพิ่มความน่าสนใจ ทำให้คนฟังไม่เบื่อโดยการบอกสิ่งสนุก ๆ ที่เราชอบทำ หรือเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงก็ได้ค่ะ

คำตอบที่ดีที่สุด สำหรับคำถามนี้ ก็คือ การที่เราจริงใจ ซื่อสัตย์ วางแผนเรื่องการตอบมาอย่างดี โดยที่ไม่วนไป วนมา หรือไม่รู้จะจบยังไง

มีความมั่นใจเวลาที่พูด เพราะฉะนั้นเป้าหมายในการตอบคำถามที่นี่ก็คือ บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวของเพื่อน ๆ เอง

เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์มองว่าตัวตนของเราคืออะไร และเมื่อเรามาทำงานเราก็จะเป็นคนแบบนั้นแหละ

ตัวอย่างคำตอบ:

ด้วยเพราะว่าคำตอบนี้ค่อนข้างส่วนตัว และความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ซึ่งเบญได้เอาตัวอย่างคำตอบมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองอ่านดู และเพื่อน ๆ สามารถลองใช้เป็นตัวอย่างในการแต่งประโยคคำตอบได้ค่ะ

โดยเปลี่ยนเรื่องของเค้า และใส่เรื่องของเพื่อน ๆ เข้าไป

“When I’m not working, I like to spend time exploring with my dogs. I take them hiking, visiting historical sites, or even just walking around town. A surprising number of people are drawn to dogs.

I always enjoy talking with who I meet. I feel that communication is one of the most important aspects of my professional life as well.

When talking with people, being able to guide the conversation in a particular direction is one of the ways I’ve been successful in different situations at the office.”

2. What is your greatest strength?

What is your greatest strength? / What are your strengths?

แปลว่า จุดแข็ง(ข้อดี)ของคุณคืออะไร / จุดแข็ง(ข้อดี)ของคุณมีอะไรบ้าง

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

และนี่เป็นอีกคำถามหนึ่ง ที่ผู้ที่สัมภาษณ์ถามเพื่อที่ได้รู้ว่า เพื่อน ๆ เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่ได้ได้รับหรือไม่

เพราะฉะนั้น มันสำคัญมากที่จะเตรียมคำตอบที่ทำให้ที่ทำงานรู้ว่า

เพื่อน ๆ มีจุดแข็งอะไรที่โดดเด่นที่เหมาะจะทำงานนี้ได้ และต่างจากผู้ที่มาสัมภษณ์งานคนอื่น ๆ อย่างไร

ในคำตอบของเพื่อน ๆ สามารถเริ่มทำได้การเริ่มคิดถึงว่าเรามีจุดแข็งอะไรบ้าง

และลองเขียนลงไปในกระดาษ เป็นลิสต์ของจุดเด่น จุดแข็ง ความสามารถของเรา เช่น:

  • ลองเขียนเป็นข้อ ๆ ว่าถ้านึกถึงงานที่เราอยากได้ มีอะไรบ้างที่เป็นจุดแข็งและเกี่ยวกับงานที่เราอยากได้ อาจจะใส่เกี่ยวกับที่ ๆ เราเคยเรียนพิเศษ หรือไปอบรม ทักษะที่เรามี หรือประสบการณ์ส่วนตัวที่เราเคยมี
จุดแข็งภาษาอังกฤษ
  • สรุปให้เหลือ 3-5 ข้อ ที่เพื่อน ๆ คิดว่าเป็นจุดแข็งของเพื่อน ๆ และเกี่ยวกับงานที่อยากได้มากที่สุด
  • ข้างหลังจุดแข็ง 3-5 ข้อที่เพื่อน ๆ เลือกมา ให้ใส่ประสบการณ์ในอดีตที่เพื่อน ๆ เคยเจอ และใช้สิ่งนั้นในการแก้ปัญหา หรือช่วยให้งานดีขึ้นยังไง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยมาก เมื่อเพื่อน ๆ รู้ว่า Top 3 หรื Top 5 ของเพื่อน ๆ คืออะไร และใช้มันยังไง เผื่อว่าตอนที่สัมภาษณ์เค้าอาจจะถามลึกลงไปในแต่ละจุดแข็ง

เพื่อน ๆ ก็จะมีคำตอบพร้อมให้เค้าอยู่แล้ว ทำให้ดูว่าเราเป็นคนที่เตรียมตัวมาอย่างดีค่ะ 🙂

ตัวอย่างคำตอบ

เช่นเดิมนะคะ คำตอบของเพื่อน ๆ ในข้อนี้เองก็ขึ้นอยู่กับงานที่เพื่อน ๆ ไปสมัคร + จุดแข็งที่เพื่อน ๆ เลือกมาพรีเซ้นท์

ซึ่งข้างล่างนี้จะเป็นตัวอย่างที่เพื่อน ๆ สามารถใช้เป็นตัวอย่างในการแต่งประโยคภาษาอังกฤษ และดูวิธีการตอบของเค้าได้ค่ะ

“I have a solid work ethic. When I’m working on a project, I don’t just want to meet deadlines.

Rather, I prefer to complete the project well ahead of schedule. Last year, I even earned a bonus for completing my three most recent reports one week ahead of time.”

3. What is your greatest weakness?

What is your greatest weakness? / What are your weaknesses?

แปลว่า จุดอ่อน(ข้อเสีย)ของคุณคืออะไร / จุดอ่อน(ข้อเสีย)ของคุณมีอะไรบ้าง

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

อีกคำถามหนึ่งที่หลีกเลี่ยง วิ่งหนี วิ่งซ่อนยังไง ก็หนีไม่พ้นค่ะ เมื่อเค้าอยากรู้จุดแข็งของเราแล้ว เค้าก็ต้องอยากรู้จุดอ่อนของเราเหมือนกัน

เพื่อน ๆ ต้องพยายามตอบคำถามนี้ให้มันดู positive หรือออกมาในแง่บวกมาก ๆ ค่ะ แม้กระทั่งเพื่อน ๆ อาจจะคิดว่า เอ้า ก็ข้อเสีย หรือจุดอ่อนของเรามันเป็นเรื่องไม่ดี หรือน่าเศร้าไม่ใช่หรอ?

แต่เพื่อน ๆ เองก็ยังต้องทำให้ที่ทำงานรู้ให้ได้ว่า เพื่อน ๆ สามารถเปลี่ยนจุดอ่อน ให้เป็นจุดแข็งได้ เพื่อที่เค้าจะได้รู้ว่าในอนาคตไม่ว่าจะมีจุดอ่อนอะไรผุดเข้ามาอีก เพื่อน ๆ ก็เอาอยู่

เพื่อน ๆ สามารถพูดเกี่ยวกับทักษะอะไรที่เพื่อน ๆ เริ่มเรียนรู้ และมันช่วยเปลี่ยนจุดอ่อนของเพื่อน ๆ นั้น ให้เป็นจุดแข็ง

หรือเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีต ว่าเพื่อน ๆ สามารถดูจุดอ่อนของตัวเองออกได้ยังไง และเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงมัน

ตัวอย่างคำตอบ

“I used to wait until the last minute to set appointments for the coming week, but I realized that scheduling in advance makes much more sense.

I’m now much more proactive about scheduling meetings, and this allows me to plan and segment out my work for the week without having to guess at when I’ll need to leave time for meetings.”

4. Why do you want this job?

แปลว่า ทำไมคุณถึงอยากได้งานนี้

เมื่อเพื่อน ๆ ได้รับคำถามที่จากผู้ที่สัมภาษณ์งานของเพื่อน ๆ เพื่อน ๆ สามารถตอบได้เกี่ยวกับสิ่งต่อไปนี้ คือ:

  • บอกให้เค้าเข้าใจว่าทำไม ทักษะ และความสามารถของเราถึงเหมาะสมกับงานนี้
  • แสดงให้เค้าเห็นถึง ความกระตือรื้อร้น ที่อยากจะได้งานนี้
  • และพูดถึงว่างานนี้นั้นมันเข้ากันกับประเพณี(ตัวตน)ของเรายังไง

คำตอบที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเรามากที่สุด คือสิ่งที่ผู้ถามคำถามนี้ต้องการจากเรามากที่สุดค่ะ

และทุกสิ่งที่เราตอบเข้าไปในคำตอบของเรานั้น ผู้สัมภาษณ์ก็จะดูว่านั่นใช่บุคคลิคของเราจริง ๆ หรือตัวตนของเราจริง ๆ หรือเปล่า

ซึ่งนั่นก็จะมีผลกับการตอบว่า เราเหมาะสมกับงาน และที่ทำงานที่เราสมัครไปหรือเปล่า

ตัวอย่างคำตอบ

“I want this job because I’ve always loved building and marketing websites—even as a kid. I built websites when they were using frames and AltaVista was a decent search engine.

I was 10 or 11. I’ve always been passionate about digital marketing, but I just didn’t know I could make a career out of trying to get people to a website.”

และอีกหนึ่งตัวอย่างการตอบคำถาม ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถตอบแบบนี้ได้เลยค่ะ เพียงแค่เติมคำในช่องว่าง ว่างการทำงานที่นี่จะทำให้เพื่อน ๆ ได้รับทักษะในเรื่องอะไรบ้าง (เกี่ยวกับงาน)

“Working for you would give me the opportunity to build upon my experience and skills in ___, ___, and ___ as part of what I know would be a really inspiring and rewarding environment, based upon what I’ve heard about your company.”

5. Why should we hire you?

แปลว่า ทำไมพวกเราถึงควรที่จะรับคุณเข้าทำงาน

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

และแล้วก็ถึงคำถามที่เพื่อน ๆ ต้องขายตัวเอง และโฆษณาเกี่ยวกับตัวเองมากที่สุดแล้วค่ะ

เพราะในคำถามนี้ สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้จริง ๆ ก็คือ เพื่อน ๆ จะทุ่มเทให้กับงานนี้จริง ๆ หรือเปล่า

และก่อนที่จะเข้ามาสัมภาษณ์ที่ทำงานเค้าก็จะมีลิสต์ของลักษณะของพนักงานที่เค้าอยากจ้างมาแล้ว

การตอบคำถามนี้ก็จะเป็นอีกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เค้าตัดสินใจว่า ในลิสต์ที่เค้ามีนั้น เราอยู่ในนั้นกี่ข้อ ซึ่งก็ไม่ต้องห่วง หรือไปกังวลว่าลิสต์ของเค้ามีอะไรบ้างนะคะ

และสิ่งจำเป็นที่เพื่อน ๆ ต้องใส่ไว้ในคำตอบนี้ก็คือ ความมั่นใจ กระชับ และตรงประเด็นค่ะ โดยอธิบายไปเลยว่า เรามีข้อเสนออะไรให้กับเค้า และทำไมเพื่อน ๆ ถึงควรได้งานนี้

ตัวอย่างคำตอบ

“You should hire me because my experience is almost perfectly aligned with the requirements you asked for in your job listing.

I have seven years’ progressive experience in the hospitality industry, advancing from my initial role as a front desk associate with Excalibur Resort and Spa to my current position there as a concierge.

I’m well-versed in providing world-class customer service to an upscale clientele, and I pride myself on my ability to quickly resolve problems so that our guests enjoy their time with us.”

6. Why do you want to leave your current job?

Why do you want to leave your current job? / Why have you left your current job? / Why are you leaving your present job?

แปลว่า ทำไมคุณถึงอยากออกจากงานปัจจุบันของคุณ

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

คำนี้นั้นจะบ่งบอกว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงอยากทำงานให้กับที่ทำงาน บริษัท โรงเรียน หรือธุรกิจนั้น

เมื่อเพื่อน ๆ กำลังเตรียมตัวสำหรับตอบคำถามสัมภาษณ์งานสำหรับคำถามนี้ เพื่อน ๆ ควรพูดว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไรค่ะ

เพราะความจริงก็คือ คนที่ทำงานฝ่ายบุคคล หรือผู้สัมภาษณ์เค้ามีประสบการณ์ในการฟังค่ะ ว่าคนนี้พูดจริง หรือแค่สร้างเรื่องมา

แต่ เบญอยากให้เพื่อน ๆ พูดไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือว่าแต่งประโยคคำตอบที่พูดถึงอนาคต

ให้โฟกัสของคำตอบของเราชี้ไปที่อนาคตค่ะ ว่าเพราะว่าเหตุว่ามันเป็นแบบนี้ ๆ ในอนาคต เมื่อเราทำงานที่นี่

ตัวอย่างคำตอบ

“I’m looking for a bigger challenge and to grow my career, but I didn’t feel like I could give equal attention both to my job search and to my full-time work responsibilities.

It didn’t seem ethical to slack off from my former job in order to conduct my job search, and so I left the company.”

7. What are your salary expectations?

What are your salary expectations? / What salary are you seeking?

แปลว่า คุณอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่

ถึงแม้เพื่อน ๆ อยากจะพูดว่า “ขอสัก 2-3 แสนก็พอค่ะ” ก็ให้ห้ามใจตัวเองไว้ก่อนน~

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

คำถามนี้ เป็นคำถามที่ค่อนข้างกำกวม เนื่องจากว่ามันดูเหมือนเป็นคำถามที่สามารถหาคำตอบได้ง่าย ๆ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยาก

เพราะว่าคำตอบนั้น สามารถทำให้เพื่อน ๆ ได้งานนี้ หรือไม่ได้งานไปเลยก็ได้

เงินเดือน ภาษาอังกฤษ

แต่ถ้าเพื่อน ๆ บอกเงินเดือนต่ำเกินไปเพราะอยากได้งานนี้มาก ๆ ก็อาจจะทำให้เราพลาดและได้เงินเดือนไม่สมกับความสามารถของเราค่ะ

แต่เพื่อน ๆ ก็ไม่ได้อยากบอกมากเวอร์ หรือสูงจนเกินไป เกินกว่าที่เงินเดือนขั้นปกติที่ที่ทำงานนี้สามารถให้ได้

ซึ่งลองมาดูตัวอย่างคำตอบกันค่ะ ว่าเราจะเลือกตอบคำถามประโยคนี้อย่างไรดี..

ตัวอย่างคำตอบ

My salary range is quite flexible. I would, of course, like to be compensated fairly for my decade of experience and award-winning sales record.

However, I am very open to discussing specific numbers once we have discussed the details of the position.

8. How do you handle stress and pressure?

แปลว่า คุณมีวิธีการรับมืองกับความเครียด และความกดดันอย่างไร

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

สิ่งที่เพื่อน ๆ จะทำ เมื่องานไม่ราบรื่น หรือเกิดสถานการณ์ที่มันไม่คาดฝัน หรือมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อน ๆ จะรับมืออย่างไร

เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ ไม่ควรบอกว่า “ไม่มีหรอกค่ะ ความเครียด และความกดดันในที่ทำงาน ทุกอย่างดี เหมือนเดินอยู่ในทุ่งข้าวสาลี” เพราะนั่นไม่ใช่ความจริงค่ะ

แต่ในทางกลับกัน เพื่อน ๆ ควรอธิบายในแนวว่า จริงอยู่ที่ที่ทำงานมีความเครียดและกดดันมาก แต่ว่าเพื่อน ๆ มีวิธีจัดการ และรับมือกับมันได้แน่นอน!

ตัวอย่างคำตอบ

“I try to react to situations rather than stress. That way, I can handle the situation without becoming overly stressed.

For example, when I deal with an unsatisfied customer, rather than focusing on feeling stressed, I focus on the task at hand.

I believe my ability to communicate effectively with customers during these moments helps reduce my own stress. I think it also reduces any stress the customer may feel.”

9. What are your goals for the future?

What are your goals for the future? / What kind of goals would you have in mind if you got this job? 

แปลว่า เป้าหมายในอนาคตของคุณคืออะไร / เป้าหมายของคุณคืออะไรถ้าคุณได้ทำงานนี้

สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

คิดถามนี้ถูกตั้งขึ้นมา เพราะอยากรู้ว่าเราวางแผนจะอยู่ที่นี่ระยะยาว หรือว่าจะย้ายไปทำงานที่อื่นทันทีที่เรารู้สึกว่าเจอโอกาสที่ดีกว่า

เพราะฉะนั้นพยายามให้คำตอบของเราเน้นไปที่งาน และที่ทำงาน และพูดซ้ำ ๆ ว่าเรารู้ว่าตำแหน่งที่จะได้มานี้ก็เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของเราที่เราอยากจะทำเป็นระยะยาว

ตัวอย่างคำตอบ

“In the short term, I hope to work as a sales representative for a company such as yours – one with a mission-based on excellent customer service and care.

Working as a sales representative for a company I believe in will prepare me to take on expanded team leadership responsibilities in the future, as those become available.”

10. Do you have any questions for me? 

แปลว่า คุณมีคำถามที่อยากจะถามฉันหรือเปล่า

สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้:

คำถามสุดท้ายของการสอบสัมภาษณ์งานมักจะจบด้วยคำถามนี้ค่ะ ก็ตามคำถามเลยค่ะ ว่าเพื่อน ๆ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับที่ทำงานที่เพื่อน ๆ ไปสมัครงานบ้าง

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ กำลังคิดอยู่ในใจว่า.. เอ๊ะ คำถามนี้มันจำเป็นต้องตอบว่าฉันมีคำถาม หรือควรจะตอบตัดบทไปเลยว่า No, Thank you.

คำตอบก็คือ ควรจะถามค่ะ เพราะว่าถ้าเพื่อน ๆ ตัดบทจบไปเลย ก็อาจจะทำให้เค้ารู้สึกว่า เอ๊ะ หรือว่าเพื่อน ๆ ไม่ได้อยากได้งานนี้จริง ๆ

ซึ่งเพื่อน ๆ อาจจะเขียนไว้สัก 1-2 คำถามก็ได้ค่ะ เช่น ผลประกาศรับเข้างาน จะได้วันไหนหรอ? เป็นต้น

ตัวอย่างคำตอบ

“Do you have a formal schedule and mechanism for performance reviews? How soon after hiring would I receive my first review?”

ถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่แน่ในว่าตัวเองจะแต่งประโยคคำตอบภาษาอังกฤษออกมาได้มั้ย เบญแนะนำให้เพื่อน ๆ ใช้ตัวอย่างจากคำตอบที่เบญได้นำมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกันวันนี้ค่ะ

และเปลี่ยนคำศัพท์ให้เหมาะสมกับเพื่อน ๆ และงานที่ไปสมัครค่ะ

สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อน ๆ โชคดี และสอบสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ 🙂

คำถาม และคำตอบ 10 ข้อวันนี้ ช่วยเพื่อน ๆ ได้ยังไงบ้าง อย่าลืมคอมเม้นมาคุยกันข้างล่างนะคะ

Leave a Reply