7 วิธี ฝึกพูดภาษาอังกฤษเอง ง่าย ๆ ที่บ้าน ใครก็ทำตามได้

|

อยากพูดภาษาอังกฤษเก่ง ต้องไปเรียนถึงต่างประเทศหรือเปล่า?

หลาย ๆ คนอาจจะมีคำถามนี้ในใจ แต่สำหรับเบญคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องไปเรียนถึงต่างประเทศค่ะ แต่เราสามารถทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา เหมือนอยู่ต่างประเทศได้

ด้วย 7 วิธีที่เบญนำมาฝาก ข้างล่างนี้ จะช่วยให้คุณได้เริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง

และไม่ใช้ข้ออ้างที่บอกว่า เราไม่ได้ไปอยู่ที่ต่างประเทศเราจะพูดภาษาอังกฤษเก่งได้ยังไง มาหยุดความฝันของคุณ ที่อยากเก่งภาษาอังกฤษค่ะ

เป็นวิธีที่ใคร ๆ ก็ทำตามได้ ไม่ว่าคุณจะเรียนภาษาอังกฤษมานานขนาดไหน แต่ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที

หรือว่าอาจจะเพิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษครั้งแรก แต่ไม่อยากข้ามขั้นตอนในการพูดภาษาอังกฤษไป

เบญรับรองได้เลยค่ะ ว่าถ้าคุณ มีวินัย และขยันในการทำตามวิธีที่เบญได้แนะนำไปนั้น อีกไม่นานก็จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาอย่างแน่นอนค่า

ถ้าพร้อมแล้ว ไปเริ่มกันเล้ยยย!!

1. เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

คุณอาจจะสงสัยว่า แล้วซื้อหนังสือที่สอนภาษาอังกฤษมาอ่านเองไม่ดีกว่าหรอ? หรือว่าไปลงเรียนที่โรงเรียนไม่ดีกว่าหรอ?

ถ้าคุณจะฝึกพูดภาษาอังกฤษ และเป้าหมายของคุณ คือการพูดภาษาอังกฤษให้เก่งด้วยตัวเอง เบญคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

เพราะว่าถ้าเป็นในเรื่องการพูดและการฟังภาษาอังกฤษแล้ว ต้องฝึกบ่อยเลยค่ะ ถ้าไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษา ก็อาจจะเรียนได้แค่อาทิตย์ละ 1-2 ชั่วโมง

อาจจะเนื่องด้วยระยะทางที่ไกล หรือค่าเรียนที่สูง หรือตารางว่างไม่ตรงกับคุณครูที่สอน

แต่การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ทำให้คุณจัดตารางเองได้ ว่าอยากเรียนกี่วันต่ออาทิตย์ และวันละกี่ชั่วโมง ในราคาที่ถูกมาก ๆ และก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางด้วยจ้า

เพราะฉะนั้น เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์จะเป็นวิธีนึง ที่ทำให้คุณได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบเต็ม ๆ แน่นอนค่ะ

และถ้าคุณไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ หรือว่าไม่รู้จักคอร์สออนไลน์ดี ๆ เลย เบญมีคอร์สที่เบญใช้เพื่อฝึกภาษาอังกฤษของตัวเองมาแนะนำค่ะ

EnglishClass101 เป็นคอร์สเรียนหนึ่งที่เบญแนะนำ ถ้าคุณอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองค่ะ เพราะว่า เป็นบทเรียนที่สอนโดยเจ้าของภาษา

ถ้าเราอยากจะเรียนพูดภาษาอังกฤษทั้งที เราก็ควรฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษจริง ๆ ด้วยใช่มั้ยคะ

ในคอร์สนี้ เน้นการสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ในบทเรียนจะมีประโยค และบทสนทนาที่คุณ ฝึกพูดตามได้

แอพเรียนภาษาอังกฤษ EnglishClass101

และเพื่อน ๆ ยังสามารถบันทึกเสียงตัวเองในขณะที่พูดตาม และก็เอาไปเปรียบเทียบฟังกับสำเนียงของเจ้าของภาษาโดยตรงได้เลยค่ะ

เบญได้เขียนรีวิวเรียนภาษาอังกฤษกับ EnglishClass101 ว่าดีไหม เรียนยังไง ราคาเท่าไหร่ เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เลย

หรือว่าดูวีดีโอข้างล่างนี้ที่เบญฝึกภาษาอังกฤษของตัวเองกับคอร์สนี้ และรู้สึกว่าการพูดภาษาอังกฤษของตัวเองได้พัฒนาขึ้นเยอะเลยค่ะ

เผื่อคุณจะสนใจ และก็ลองเอาวิธีที่เบญใช้เรียนไปทำตามดูได้เลยจ้า

หรือว่าถ้ายังไม่แน่ใจว่าชอบคอร์สนี้มั้ย เบญมีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่เรียนกับเจ้าของภาษาอีกหลายคอร์สที่เบญได้รวบรวมไว้ให้ค่ะ

บอกได้เลยว่าเป็นคอร์สที่เน้นการพูดภาษาอังกฤษตามสำเนียงเจ้าของภาษา และราคาถูกด้วยจ้า

2. อ่านภาษาอังกฤษแบบออกเสียง

การฝึกพูดภาษาอังกฤษเอง ก็ต้องฝึกการอ่านออกเสียง และฝึกลิ้นของเราให้คุ้นเคยกับการออกเสียงภาษาอังกฤษค่ะ

เพราะจริง ๆ ในภาษาอังกฤษมีหลายตัวเองเลย ที่ในอักษรเสียงภาษาไทยของเราไม่มี เช่นตัว r, l, v ซึ่งไม่ได้ออกเสียงอย่างที่เราเอาไปเทียบในอักษรภาษาไทย

คุณสามารถหาซื้อหนังสือภาษาอังกฤษที่ตัวเองชอบมานั่งอ่านเล่น ๆ อาจจะเริ่มจากการอ่านวันละ 5 นาที และก็ค่อย ๆ เพิ่มไปเป็น 10, 15, 20 นาทีค่ะ

อาจจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับกีฬา เกมส์ แฟชั่น หนังสือการ์ตูน หรืออะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ

เพราะเราอยากทำให้การฝึกอ่านออกเสียงนี้ เป็นเหมือนงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่ทำแล้วมีความสุข ไม่งั้นมันจะทำได้ไม่นาน และก็จะเบื่อไปซะก่อน

เราอาจจะเริ่มจากง่าย ๆ ก่อน เช่น หนังสือนิทานของเด็ก หนังสือกีฬาของเด็ก และค่อย ๆ เพิ่มระดับความยากขึ้นไปค่ะ

ซึ่งจริง ๆ แล้ว หนังสือจะเป็นภาษาอังกฤษล้วน หรือมีภาษาไทยควบคู่ไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่เป้าหมายของการหยิบหนังสือภาษาอังกฤษขึ้นมาอ่านในข้อนี้ก็คือ…

เราได้ฝึกลิ้นของเราในการออกเสียงภาษาอังกฤษ จะได้ช่วยให้เราพูดภาษาอังกฤษแบบไม่ติดขัดค่ะ ไม่ได้เน้นเรื่องทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง

ถ้าคุณไม่รู้ว่าคำนี้ออกเสียงยังไง ก็สามารถเข้าไปที่ Google Translate ใส่คำนั้น และกดฟังเวลาเค้าออกเสียง และออกเสียงตามได้ค่า

ส่วนหนังสือภาษาที่เบญชอบอ่านเพื่อช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้านก็คือ หนังสือนิทานภาษาอังกฤษออนไลน์ค่ะ

ถ้าคุณไม่มีหนังสือในดวงใจ หรือยังเลือกไม่ได้ ก็ลองเริ่มจากหนังสือนิทานภาษาอังกฤษ แบบเบญได้ค่ะ เพราะมันอ่านง่ายจริง ๆ และก็มีหลายเรื่องให้เลือกด้วยจ้า

3. ฟังและร้องเพลงภาษาอังกฤษ

เบญเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนชอบฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็นบน YouTube, Spotify หรือว่าโหลดลงบนโทรศัพท์ของเราเอง

เบญจะบอกข่าวดีให้ว่า นั่นเองก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง เช่นกันค่ะ

เย้ ๆ สาวกชอบฟังเพลงภาษาอังกฤษคงจะกำลังกรี๊ดอยู่ใช่มั้ยคะ ที่รู้ว่าสิ่งตัวเองทำเพลิน ๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไร ก็ทำให้เราพูดภาษาอังกฤษเก่งได้เหมือนกัน

ลองสังเกตดูนะคะ ว่าต่อให้เป็นคนที่ไม่รู้จักภาษาอังกฤษเท่าไหร่ ไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษมาก่อนเลย เค้าก็สามารถร้องเพลงภาษาอังกฤษได้

แถมยังร้องสำเนียงได้เป๊ะมากกว่าคนที่เรียนภาษาอังกฤษมาป็นปี ๆ ด้วยซ้ำ

เพราะว่าเค้าฟังและก็ร้องตามค่ะ เพราะฉะนั้นคุณเองก็ทำได้เหมือนกัน โดยที่อาจจะทำ Playlist เพลงภาษาอังกฤษที่ตัวเองชอบฟัง และลองร้องออกเสียงตามไป

และสิ่งที่เบญจะแนะนำอีกอย่างนึงก็คือการร้องคาราโอเกะเพลงภาษาอังกฤษค่ะ เบญเชื่อว่าหลาย ๆ คนชอบร้องคาราโอเกะ

ต่อให้ตอนนี้จะไม่มีตู้คาราโอเกะเหมือนสมัยที่เบญยังเด็กแล้ว เค้าก็มีบน Youtube ค่ะ ที่คุณฝึกร้องที่บ้านได้ และเรียนภาษาอังกฤษไปในเวลาเดียวกันได้

ช่องที่เบญชอบบน YouTube ก็จะมี Sing King ค่ะ เค้าอัพเดทคาราโอเกะเพลงใหม่ ๆ ตลอดเลย และก็ฟรีด้วยจ้า

ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ด้วยตัวเอง

ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนชอบร้องคาราโอเกะ เพลงภาษาอังกฤษ หรือมีช่องไหนที่ตัวเองชอบ ก็มาแบ่งปันกันไว้ในคอมเม้นได้เลยนะคะ

จะได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคนที่ยังไม่ได้ลองทำ ให้รู้ว่ามันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่าย ที่จะช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษที่บ้านได้จ้า

4. เรียนประโยคภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แค่คำศัพท์

เบญเคยเห็นหลายคน ที่เริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ด้วยการท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะ ๆ ๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

เพราะว่าแค่รู้คำศัพท์ ไม่สามารถทำให้เราสนทนาแบบเป็นประโยค หรือสนทนารู้เรื่องทั้งหมดได้ค่ะ

ถ้าคุณกำลังฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง อย่าลืมว่าต้องฝึกประโยคภาษาอังกฤษด้วย ไม่ใช่แค่คำศัพท์ภาษาอังกฤษแค่ 1 คำ

เพราะว่ารู้แค่คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ไม่ช่วยให้เราแต่งประโยคภาษาอังกฤษได้

และสิ่งที่เราต้องใช้ในการพูดสนทนาภาษาอังกฤษจริง ๆ ก็คือ ประโยคภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกที่จะจำคำว่า take แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องเอามันไปใช้ยังไงตอนที่ตัวเองต้องพูดสื่อสารกับคนต่างชาติจริง ๆ

เบญแนะนำให้เลือกเรียนเป็นประโยคดีกว่าค่ะ เช่น Take it easy. หรือ Take your time. อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่านี่คือประโยคที่พูดไปแล้วเค้าเข้าใจแน่นอน

คอร์สฝึกพูดภาษาอังกฤษ EnglishClass101 ที่เบญแนะนำไปข้างต้น ก็เป็นอีกคอร์สนึงที่เบญรู้สึกว่า ช่วยให้เพื่อน ๆ พูดภาษาอังกฤษเป็นประโยคได้จริง ๆ ค่ะ

อ่านภาษาอังกฤษ

เพราะเค้าไม่ได้เน้นให้แค่คำศัพท์ แต่เค้าเน้นให้เราเรียนเป็นประโยค การสนทนาในแต่ละสถานการณ์ต่าง ๆ เราจะได้ไม่ต้องงงว่า ประโยคนี้ฉันเรียนไปแล้วต้องใช้ยังไง

5. ฝึกพูดสิ่งที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

คุณควรเรียนประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเรียนพูดภาษาอังกฤษของแต่ละคน

ถ้าเกิดว่าคุณอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษครั้งนี้ เพื่อไปใช้ที่ทำงาน ก็อาจจะหาประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในที่ทำงานมาฝึกพูดค่ะ

หรือว่าถ้าเกิดว่าอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษไปคุยกับเพื่อนต่างชาติ หรือแฟน ก็ควรเรียนประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ

หรือว่าถ้าจะฝึกพูดภาษาอังกฤษไปเพื่อท่องเที่ยว ก็ควรเรียนประโยคที่จะได้ใช่ในการท่องเที่ยวค่ะ

เช่นประโยคการถามหาสถานที่ ที่เราอยากไป ประโยคการบอกทาง ประโยคถามให้เค้าแนะนำสิ่งที่อร่อย ๆ ให้เราทาน ประมาณนั้นค่ะ

เพราะถ้าเรียนประโยคภาษาอังกฤษ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะนำไปใช้ สุดท้ายเมื่อออกไปใช้จริง ๆ คุณก็จะรู้สึกว่าประโยคที่เราเรียนมาไม่เห็นช่วยอะไรเลย

และนั่นเป็นที่มาของความคิดที่ว่า “ทำไมฉันเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งนานแล้ว ยังพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งสักที”

6. ฟังและพูดภาษาอังกฤษตามเรื่องสั้น ๆ

ถ้าคุณชอบดูหนังไม่ว่าจะเป็นบน Netflix หรือเว็บดูหนังสือ อยากแนะนำให้เลือกดูเป็นภาษาอังกฤษ และเปิดซัพภาษาอังกฤษตามไปด้วยค่ะ

ทำไมถึงเปิดซัพภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาไทย?

เพราะว่าถ้าเป็นคนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่ เราอาจจะฟังภาษาอังกฤษจากหนังไม่ทัน 100% และการเปิดซัพภาษาอังกฤษคู่กันไปด้วย จะทำให้เรารู้ได้ว่าเค้าพูดว่าอะไร

แต่การเปิดซัพไทยเวลาดูหนัง จะทำให้เราเข้าใจว่าเค้าพูดว่าอะไรก็จริง แต่จะไม่ได้ช่วยให้เราเรียนภาษาอังกฤษได้มาก เหมือนกับดูหนังเป็นภาษาอังกฤษและก็เปิดซัพภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันค่ะ

และคุณหาเรื่องสั้นภาษาอังกฤษจากบนอินเตอร์เน็ตก็ได้ ที่จะฝึกฟังภาษาอังกฤษ และพูดตามประโยคสั้น ๆ ตามเนื้องเรื่องนั้นค่ะ

เบญมีช่องยูทูปช่องนึงที่ตัวเองชอบ และก็ยังฟังอยู่ค่ะ เป็นนิทานภาษาอังกฤษ และก็มีซับภาษาอังกฤษให้เราอ่านตามอีกด้วยค่ะ

เป้าหมายของเราก็คือ การฝึกฟังเรื่องราวสั้น ๆ เราอาจจะหยุดหลังจากจบหนึ่งบรรทัด และฝึกพูดตาม

อีกหนึ่งที่เราทำได้ก็คือ การฝึกแต่งประโยคของเราเองจากเรื่องที่เราฟังค่ะ เช่น

ถ้าในเรื่องบอกว่า There were 3 little pigs living in the woods. เราก็อาจจะลองเปลี่ยนเป็น There was a fox living in the big house.

ซึ่งเราใช้หลักการแต่งประโยคเหมือนกับในเรื่องเลย แต่เอามาเปลี่ยนตัวละคร หรือสถานที่ค่ะ

หรือฝึกฟังเรื่องภาษาอังกฤษสั้น ๆ และลองจับประโยค และคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ว่าเราฟังมาเป็นคำว่าอะไร และถูกมั้ย

เหมือนกับในช่อง YouTube ของ Fight For Fluency ที่จะมีประโยคภาษาอังกฤษมาให้ฝึกพูดตามเรื่อย ๆ ค่ะ อย่าลืมเข้าไปติดตามกันด้วยนะคะ

และก็อย่าลืมที่จะฝึกเล่าเรื่องภาษาอังกฤษ ที่ตัวเองได้เขียนใหม่ด้วย การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณฝึกพูด และแต่งประโยคภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น

7. หาเพื่อนที่จะพูดภาษาอังกฤษด้วยได้

และวิธีสุดท้ายนี้เป็นวิธีที่ทุกคนน่าจะชอบมากที่สุดค่ะ 555 ก็คือการหาแฟน เอ้ย หาเพื่อนต่างชาติ ที่จะช่วยให้เราได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยได้

แต่ถ้าเกิดคุณรู้สึกว่า เอ๊ะ เราเหมือนไปหลอกใช้เค้าหรือเปล่านะ ไปเป็นเพื่อน เพื่อที่จะอยากฝึกภาษาอังกฤษ จริง ๆ ก็ไม่นะคะ

เพราะว่าเราจริงใจจริง ๆ ที่อยากจะรู้จักเค้า และการใช้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นการสื่อสาร ระหว่างเราและเพื่อนต่างชาติ ก็เข้าใจได้ค่ะ

เพราะถ้าเราไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเลย และเค้าก็ไม่พูดภาษาไทย เราควรคุยกันในภาษาอะไรดีคะ

แต่ว่าถ้าคุณไม่มีเพื่อนที่ช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยได้ เบญเองก็มีคอร์สที่จะมาแนะนำค่ะ เป็นคอร์สที่คุณเลือกเพื่อนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเอง และราคาถูก

เป็นเหมือนการเรียนภาษาอังกฤษไปในตัวด้วยค่ะ แต่เราได้พูด-คุยสนทนาภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจริง ๆ

คอร์สนี้มีเชื่อว่า iTalki เป็นอีกคอร์สที่เบญชอบมาก ๆ และรู้สึกว่ามันช่วยพัฒนาการพูด และการฟังภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้นมาก

เพราะคุณจะได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวผ่านวีดีโอคอล

เข้าไปลองหาคนที่อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้เลยนะคะ บอกได้เลยว่ามีให้เลือกเยอะมาก และมาจากหลายประเทศด้วยค่ะ ที่ iTalki.com

หรือว่าเข้าไปอ่านรีวิวที่เบญได้ลองเรียนภาษาอังกฤษกับ iTalki ให้ดูก็ได้

แค่ฝึกพูดภาษาอังกฤษวันละ 1 ชั่วโมง 2-3 ครั้ง/อาทิตย์ ก็จะพูดภาษาอังกฤษได้เก่งแบบติดจรวจเลยจ้า


ถ้าวิธีที่เบญนำมาฝากกันวันนี้เป็นประโยชน์กับคุณ ก็อย่าลืมเอาไปทำ และคอมเม้นบอกกันไว้บ้างนะคะ

หรือว่าถ้ามีวิธีอื่นที่คุณทำแล้วได้ผล ก็แบ่งปันเบญกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วย

ขอให้คุณพูดภาษาอังกฤษเก่งเร็ว ๆ นะคะ สู้ ๆ 🙂

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด

อยากเก่งภาษา แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

เบญมีแบบทดสอบ เพื่อช่วยหาคอร์สเรียนที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับคุณมากที่สุด

โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งหาเอง ราคาถูก สอนโดยเจ้าของภาษาแท้ ๆ และรับรองได้เลยว่าจะช่วยให้คุณเก่งภาษาในฝันของคุณได้ในชาตินี้อย่างแน่นอน