พูดภาษาอังกฤษเก่งได้ ไม่ต้องท่องแกรมม่า ด้วย 3 วิธีง่าย ๆ

|

คุณเป็นคนนั้นหรือเปล่า ที่เรียนภาษาอังกฤษมามากกว่า 5 ปี นั่งท่องจำแกรมม่า เรียนแกรมม่ามาหลายปี แต่ก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ หรือพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งสักที

หรือคุณยังไม่ได้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษเลย หรืออยากพูดภาษาอังกฤษเก่ง แต่ได้ยินมาเยอะว่า คุณควรจะเรียนแกรมม่า และท่องไวยากรณ์ภาษาอังกฤษให้แม่น ก่อนที่จะเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง

เบญขอบอกคุณไว้ตรงนี้เลยค่ะ ว่าจากประสบการณ์ส่วนตัวของเบญแล้ว คุณพูดภาษาอังกฤษเก่งได้แน่นอน แม้ว่าคุณจะจำแกรมม่าไม่ได้ หรือไม่รู้จักแกรมม่ามาก่อนเลยก็ตามค่ะ

ในโพสต์นี้เบญจะมาบอกเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่จำเป็นต้องรู้จักแกรมม่าก่อนเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษนะคะ และก็จะมาบอกเคล็ดลับการพูดภาษาอังกฤษเก่งด้วยค่ะ

ถ้าพร้อมแล้ว อย่ารอช้าอยู่เลย ไปเริ่มการเดินทางเปลี่ยนการคิด และเริ่มพูดภาษาอังกฤษเก่งแบบไม่ต้องท่องแกรมม่า ไปพร้อม ๆ กันเลยจ้า…

ทำไมไม่ต้องเก่งแกรมม่าก่อนพูดได้

ก่อนอื่นเลย เรามาดูเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำไมบางคนเก่งแกรมม่า แต่ก็ยังพูดไม่ได้ หรือบางคนที่เรียนแกรมม่ามานาน แต่พูดจริง ๆ กับพูดผิดหมดเลย มาดูกันค่ะ ว่าทำไม…

1. เก่งแกรมม่าแต่ไม่ได้ใช้ก็ลืม

หลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษนั้น เป็นเรื่องละเอียดยิบย่อย และก็มีเยอะมากค่ะ จนบางทีให้เจ้าของภาษามาพูดเรื่องนี้ เค้าก็ยังพูดไม่หมด หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร

เพราะฉะนั้นต่อให้คุณเรียนมาทุกหลัก จำได้ทุกแบบ แต่ไม่ได้ใช้เลย รับลองว่าลืมแน่นอน เพราะเบญเป็นค่ะ เรียนมาจากที่โรงเรียน แต่ไม่เคยได้ใช้พูดจริง ตอนนี้ก็แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว

2. เวลาพูดภาษาอังกฤษ เรานึกแกรมม่าไม่ออก

เคยเห็น หรือเคยเป็นแบบนี้มั้ยคะ ว่าเราท่องแกรมม่าได้ทุกบท แต่พอเวลามาพูดจริง ๆ เรากลับลืม และคิดไม่ออก ไม่รู้ว่าทำไม

นั่นก็เพราะว่าเราไม่เคยพูดเลย และมันเป็นสิ่งที่ต่อให้เรารู้วิธีใช้ แต่เราไม่ได้ใช้จริง ๆ เราก็จะนึกไม่ออกเวลาที่เราต้องพูดมันออกมาจริง ๆ ค่ะ ทำให้สมองเราช้าเมื่อต้องรวมแกรมม่านั้นมาเป็นประโยคจริง ๆ

3. เข้าใจแกรมม่า แต่ใช้จริงไม่เป็น

จริง ๆ แล้วก็เป็นเพราะว่า เราไม่ชินกับการแต่งประโยคค่ะ และนั่นเป็นสิ่งที่เราควรทำมากกว่าการนั่งจำแกรมม่าโดยที่ไม่รู้ว่าจะใส่มันเข้าไปในประโยคได้ยังไง ให้เวลาพูดมันออกมาเป็นธรรมชาติ

และเราเองก็ต้องเข้าใจว่า บางครั้งการพูดสนทนาภาษาอังกฤษจริง ๆ ไม่ได้เป๊ะตามหลักแกรมม่าไปซะทั้งหมดค่ะ เพราะฉะนั้นต่อให้รู้จักแกรมม่าดี เราอาจจะพูดเหมือนหุ่นยนห์ก็ได้

ถ้าคุณเองก็เป็นเหมือนกับ1 ใน 3 ข้อ ข้างบนนี้ ก็อย่าท้อนะคะ และอย่าคิดว่าคุณจะไม่มีวันพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะว่าเบญได้เขียน 3 วิธี ที่จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษเก่ง โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องติวแกรมม่า หรือท่องจำแกรมม่าอีกต่อไปค่ะ

อยากพูดภาษาอังกฤษเก่งต้องทำยังไง

ตามชื่อโพสต์เลยนะคะ เราจะมาดูกันว่า คุณจะพูดภาษาอังกฤษเก่งได้ยังไง โดยที่ไม่ต้องนั่งท่อง หรือนั่งจำหลักแกรมม่าภาษาอังกฤษเอง

เก่งในที่นี้ เบญหมายถึงว่า พูด-ฟังกับเจ้าของภาษาได้ สนทนาภาษาอังกฤษได้จริงโดยที่ไม่ต้องคิดนาน หรืองงว่าต้องตอบกลับยังไง รวมถึงพูดถูกหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษด้วยค่ะ

แต่เบญจะบอกไว้ก่อนว่า เบญไม่ได้แนะนำให้คุณไม่เรียน หรือไม่ทำความรู้จัก หรือไม่สนใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษนะคะ เพราะว่าถ้าจะพูดได้เหมือนเจ้าของภาษาจริง ๆ คุณเองก็ต้องรู้หลักไวยากรณ์ด้วยค่ะ

แต่นี่เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะมาช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษเก่ง โดยที่ไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนั่งท่องหลักแกรมม่าหรือเสียเงินไปติวแค่แกรมม่า แต่ก็ยังพูดไม่ได้ค่ะ

ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูด้วยกันเลย!

1. โฟกัสที่การฝึกฟัง-พูดสนทนาภาษาอังกฤษ

วิธีง่าย ๆ ที่เราจะทำด้วยกัน ที่จะทำให้เราพูดภาษาอังกฤษเก่งก็คือการให้เวลา ทุน หรือความพยายาม ไปที่การฝึกฟัง-พูดบทสนทนามากกว่าการฝึกท่องแกรมม่าค่ะ

ถ้าเพิ่งเข้าใจเบญผิด แต่เบญกำลังจะอธิบายให้ฟังค่ะ ว่าทำไมถึงให้ทำแบบนั้น

จากประสบการณ์ส่วนตัวของเบญเอง เบญไม่ได้เริ่มพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะตัวเองรู้ หรือจำแกรมม่าได้ แต่เป็นเพราะเบญได้ฝึกพูดบทสนทนาภาษาอังกฤษ ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันค่ะ

เพราะอย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า พวกเราเรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษมาหลายปีมากที่โรงเรียน แต่พอมาใช้จริง ๆ เราก็จำไม่ได้ หรือว่าถ้าจำได้ และพยายามพูดตาม มันจะฟังดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

และที่สำคัญก็คือบทสนทนาภาษาอังกฤษพวกนั้นเองก็เต็มไปด้วยแกรมม่าอยู่แล้วค่ะ อย่างเช่น ถ้าเราเรียนคำว่า I am going to Robinsons.

เราก็จะรู้ทันทีว่า อ๋อ ถ้าใช่ I เนี่ย ต้องตามมาด้วย am และถ้าเห็นสองคำนี้ ก็จะตามมาด้วยคำกริยาเติม ing นะ เห็นมั้ยคะ แค่การฝึกพูดบทสนทนาภาษาอังกฤษ ก็ช่วยให้เราได้รู้แกรมม่าหลายข้อเลย

ทีนี้มาดูด้วยกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ที่จะช่วยให้เราได้ฝึกฟัง-พูดบทสนทนาภาษาอังกฤษ ที่จะช่วยให้เราได้พูดภาษาอังกฤษได้เก่งมากขึ้น

รวบรวมบทสนทนาภาษาอังกฤษ และฝึกพูดทุกวัน

ไม่ว่าคุณจะถนัดบันทึกไว้บนมือถือ บันทึกไว้บทคอม หรือถนัดจดลงบนสมุดเหมือนกับเบญ ก็ทำได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็แค่เปิดในสิ่งที่เราเก็บไว้ และฝึกพูด 10-15 ประโยค

เบญได้รวบรวมบทสนทนาภาษาอังกฤษไว้เยอะเลยค่ะ คุณสามารถเข้าไปเก็บประโยคพวกนั้นจากโพสต์ที่เบญได้รวบรวมไว้ให้นะคะ

1. รวม 50+ บทสนทนาภาษาอังกฤษกันตาย
2. รวมบทสนทนาภาษาอังกฤษพูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อน
3. รวม 7 หัวข้อ บทสนทนาภาษาอังกฤษเบื้องต้น
หรือ บทสนทนาภาษาอังกฤษอื่น ๆ ที่คุณไปเลือกเองได้ค่ะ

ฝึกพูดบทสนทนาภาษาอังกฤษเดิมซ้ำ ๆ

แม้ว่าคุณจะบันทึกได้แค่ 50-100 ประโยคสนทนาภาษาอังกฤษจากข้อที่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลและกลัวว่ามันจะพอต่อการฝึกพูดในแต่ละวันนะคะ

เพราะว่าจริง ๆ แล้ว การฝึกพูดที่ดีที่สุด ก็คือการฝึกพูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ และมันจะช่วยให้เราจำประโยคพวกนั้นได้ โดยที่ไม่ต้องมานั่งจำที่ละคำเลยล่ะค่ะ

และมันจะช่วยให้เราจำได้ในตอนที่เราจะต้องพูดภาษาอังกฤษจริง ๆ กับฝรั่ง จะทำให้เราไม่ต้องกระอึกกระอัก หรือว่าคิดนานเกินไป ว่าจะต้องตอบว่าอะไร แต่จะออกมาแบบธรรมชาติ เพราะว่าเราฝึกพูดบ่อยค่ะ

ฝึกฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ทำประจำ

อันนี้เป็นอีกสิ่งที่สำคัญค่ะ และก็ทำง่ายมาก ๆ จริง ๆ เบญได้เขียนเคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษไว้ให้แล้ว เข้าไปอ่านเพิ่มเติมในโพสต์นั้นได้เลย

แต่จริง ๆ การฝึกฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษเอง ก็เป็นเรื่องง่าย ที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันค่ะ และก็เป็นสิ่งที่เราทำอยู่แล้วด้วยแค่ต้องปรับเปลี่ยนนิดหน่อย เช่น

1. ดูหนังเป็นภาษาอังกฤษ

เบญเชื่อว่าเราทุกคนก็ต้องดูหนังเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะบนเว็บดูหนังทั่วไป หรือเว็บที่เป็นที่นิยมกันอย่าง Netflix (ส่วนตัวเบญติด Netflix มากค่ะ อิอิ)

ขอแนะนำให้คุณเลือกดูหนังฝรั่งและเปิดเสียงภาษาอังกฤษ ตามสำเนียงที่คุณอยากฟังออก แต่ถ้าเริ่มต้น เบญแนะนำให้เป็นการ์ตูนหรือหนังเด็ก จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น

และเบญขอแนะนำให้เปิดซัพเป็นภาษาอังกฤษค่ะ เพราะบางครั้งเราฟังไม่ทัน แต่ถ้าได้อ่านไปด้วย เราจะจับประโยคภาษาอังกฤษได้ทันขึ้น

ถ้าอยากให้เบญแนะนำหนังฝรั่งที่สนุกและก็ฟังง่าย คอมเม้นมาบอกได้เลยนะคะ 🙂

2. ฟังเพลงภาษาอังกฤษ

แม้ว่าบางครั้ง เพลงจะเร็วบ้าง และเราร้องตามไม่ทัน และคุณก็คงรู้ว่า การฟังเพลง ทำให้เราได้คำ หรือประโยคภาษาอังกฤษมาเพิ่มจริง ๆ ค่ะ ดูจากการที่ แม้แต่ว่าจะไม่เก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ฟังเพลงภาษาอังกฤษ ก็ร้องเพลงนั้นได้เฉยเลย

เพราฉะนั้น ถ้าคุณฟังเพลงบ่อย ๆ อยู่แล้ว ก็ใส่ลิสต์เพลงภาษาอังกฤษเข้าไปด้วยค่ะ จะช่วยให้หูของคุณจับประโยคภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น

แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะคะ ว่าอย่าเชื่อแกรมม่าจากในเพลงมาก เพราะส่วนใหญ่เค้าแต่งให้มันฟังดูดี แต่ไม่ได้สนใจเรื่องแกรมม่ามากขนาดนั้นค่ะ

3. ฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษจากคอร์สออนไลน์

แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้มีเวลาทำทั้งหมดจากสิ่งที่เบญได้แนะนำไปข้างบนนั้น แต่เบญเชื่อว่าคุณมีเวลา 5-10 นาทีต่อวันที่จะฝึกฟังภาษาอังกฤษของคุณแน่นอนค่ะ

เบญมีคอร์สโปรดออนไลน์ที่เป็นตัวช่วยให้เบญฝึกฟังภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นบนมือถือ หรือว่าบนโน๊ตบุ้คค่ะ

คอร์สนี้มีชื่อว่า Glossika เน้นไปที่บทสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไป ที่เรียงหมวดหมู่มาให้เราเรียบร้อยแล้ว เราสามารถกดฟังวนไปเรื่อย ๆ ได้เลย ไม่ว่าจะออกกำลังกาย หรือล้างจาน ก็ฝึกฟังภาษาอังกฤษได้ค่ะ

เบญได้รีวิวเกี่ยวกับคอร์ส Glossika ไว้ให้อ่านเพิ่มเติมด้วยค่ะ ขอกระซิบว่า คอร์สนี้มีให้เลือกฟังทั้ง ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน และก็ภาษาอังกฤษแบบบริทิชเลยค่ะ

คุณสามารถไปอ่านรีวิวเพิ่มเติมที่ รีวิวเรียนภาษาอังกฤษกับ Glossika

หรือไปลงทะเบียนลองเรียนฟรี 7 วันได้เลยที่ Glossika.com

2 . เพิ่มความมั่นใจ และใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา

อีกหนึ่งสิ่งที่เบญเจอเป็นประจำก่อนที่ตัวเองจะเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้ หรือแม้แต่พูดภาษาอังกฤษได้แล้วก็ตาม ก็คือความตื่นเต้น ความประหม่า เวลาที่ได้คุยกับฝรั่งจริง ๆ

เบญไม่เชื่อหรอกค่ะว่าเบญเป็นแบบนี้คนเดียว และเชื่อว่าคุณเองก็ต้องเคยเจอกับความรู้สึกแบบนี้แน่นอน แต่ว่าเบญมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกันค่ะ

สิ่งที่เราขาดไปก็คือความมั่นใจ และความเคยชิน หลายครั้งที่เราต้องทำอะไรบางอย่างที่เราไม่ชินกับมันเราจะมีความรู้สึกแบบนั้นตลอดค่ะ

1 ในหลายเคล็ดลับที่ช่วยให้เบญมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติ ก็คือการเรียน หรือฝึกพูด-ฟังกับครูเจ้าของภาษาค่ะ

และเบญบอกเลยว่า สมัยนี้นั้น มันง่ายมากเลยที่จะฝึกพูดกับครูเจ้าของภาษาจริง ๆ แบบตัวต่อตัว ออนไลน์ด้วยนะคะ โดยที่เบญไม่ต้องออกจากบ้าน หรือเสียเวลาเดินทางไปโรงเรียนเลย

คอร์สเรียนกับครูฝรั่งที่คุณสามารถเลือกครูได้เองนี้มีชื่อว่า iTalki ค่ะ เบญได้เขียน รีวิววิธีการเลือกครูและทดลองเรียนกับครูที่เราสนใจบน iTalki ไว้ให้แล้ว

เข้าไปอ่านเพิ่มเติม หรือทำตามได้เลยนะคะ จะบอกว่าเป็นคอร์สที่ดี และน่าสนใจมาก ๆ รวมถึงราคาไม่แพงอย่างที่เราคิดเลย ห้ามพลาดเลยเด็ดขาดค่ะ

การที่เราได้ฝึกพูด-ฟัง และได้เจอหน้า ลองตอบโต้จริง ๆ กับครูฝรั่ง จะทำให้เราไม่ตื่นเต้นมากเวลาที่ได้คุยกับฝรั่งคนอื่นจริง ๆ ค่ะ และยังเพิ่มความมั่นใจให้กับเรา ที่จะกล้าพูดมากขึ้น

เบญแนะนำให้ฝึกพูด-ฟังกับครูเจ้าของภาษา 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์ ไม่เยอะเลย แต่ว่าถ้าทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เราจะเลิกประหม่า และก็มั่นใจในภาษาอังกฤษของเรามากขึ้นแน่นอนค่ะ

และอีกหนึ่งข้อดีกับการเรียนกับคอร์ส iTalki ก็คือว่า หลังจากเราเรียนจบ คุณครูเค้าจะส่งรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้เรียนในวันนั้น เช่น เราพูดประโยคอะไรผิดไปบ้าง และต้องแก้ยังไง แกรมม่าภาษาอังกฤษต่าง ๆ ทำให้เรารู้วิธีใช้คำนั้น ๆ มากขึ้นค่ะ

นั่นก็แปลว่า เราไม่ต้องไปนั่งท่องแกรมม่าด้วยตัวเองเลยค่ะ คุณครูจะช่วยให้เราเริ่มจำได้ในทุก ๆ ครั้งที่ใช้ เมื่อมีคนบอกเราว่าเราพูดผิดตรงไหน จะทำให้เราเรียนได้ไวขึ้น และจำได้ในการพูดครั้งต่อไป

เพราะฉะนั้น เข้าไปดูหน้าตาคอร์ส iTalki และก็ตามหาครูคนที่คุณอยากจะฝึกภาษาอังกฤษด้วยนะคะ หรือจะเลือกครูและทำตามเบญเลยก็ได้จากในรีวิวที่เบญได้ทำให้ดู

3. ฝึกแต่งประโยค หรือแต่งเรื่องสั้นภาษาอังกฤษ

แต่งประโยคใหม่จากบทสนทนาเดิม

จากบทสนทนาต่าง ๆ ที่คุณได้รวบรวมไว้จากข้อที่ 1 เบญอยากให้คุณลองเอาไอเดียพวกนั้น และลองมาแต่งประโยคภาษาอังกฤษใหม่ ๆ ด้วยตัวเองค่ะ

เช่น ถ้าเป็นประโยคที่บอกว่า Are you going to Robinsons? เราก็อาจจะเอามาแต่งใหม่เป็น Are you going to the park? หรือ เปลี่ยนประธาน Is he going to school?

จะทำให้คุณได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ ๆ เพิ่มเติม พร้อมกับแนวการแต่งประโยคภาษาอังกฤษอื่น ๆ จากบทสนทนาที่ได้ฝึกพูดบ่อย ๆ ค่ะ

แต่งเรื่องสั้น หรือสรุปเรื่องสั้น

และอีกอย่างก็คือการฝึกแต่งเรื่องสั้น อาจจะเป็นเกี่ยวกับตัวเอง หรือเรื่องที่แต่งขึ้นก็ได้ค่ะ มันจะช่วยให้เราฝึกการเล่าเรื่อง หรือพูดถึงอะไรในบางอย่างในภาษาอังกฤษในยาวมากขึ้นกว่าแค่พูด 1 ประโยคสั้น ๆ

หรือคุณจะหาหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านก็ได้นะคะ หลังจากอ่านเสร็จก็เขียนสรุปนิดหน่อย ว่าเราเข้าใจอะไรจากเรื่องที่อ่านไปบ้าง ได้ข้อคิดอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นบ้าง เรียงเป็นเรื่องสั้น ๆ ตามความเข้าใจของเราได้เลยค่ะ

แต่คุณอาจจะสงสัยว่า… และฉันจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่ฉันเขียนมันผิด หรือถูก?

ง่าย ๆ เลยค่ะ เบญมีตัวช่วยประจำคอมพิวเตอร์ และมือถือ ของเบญมาฝากค่ะ เป็นโปรแกรมที่เบญใช้ประจำในเวลาที่ต้องพิมพ์ภาษาอังกฤษ เพราะว่าเค้าช่วยได้เยอะจริง ๆ

และโปรแกรมนั้นก็มีชื่อว่า Grammarly ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก แม้ว่าจะเป็นเจ้าของภาษาเค้าก็ใช้โปรแกรมนี้เวลาที่ต้องพิมพ์เยอะ ๆ เพื่อที่จะได้ไม่พิมพ์ผิดค่ะ

โปรแกรมนี้จะช่วยให้ภาษาอังกฤษที่เราเขียนนั้นโอเคขึ้น เช่น ตัวใหญ่ ตัวเล็ก สะกดคำผิด หรือว่าแกรมม่าภาษาอังกฤษเบื้องต้น และอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ

ถ้าคุณอยากโหลดโปรแกรมนี้ไว้ช่วยทำให้ประโยค หรือเรื่องสั้นภาษาอังกฤษของคุณโอเคขึ้น ก็เข้าไปโหลด Grammarly ฟรีได้เลยะนะคะ ที่ Grammarly.com

หรือเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม การอัพเกรด หรือวิธีใช้ได้ที่ รีวิวตัวช่วยแก้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ Grammarly ที่เบญเขียนไว้ได้เลยจ้า


หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับคุณนะคะ และก็หวังว่าจะช่วยให้คุณได้เริ่มฝึกพูดภาษอาังกฤษเลยตั้งแต่วันนี้ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องระดับแกรมม่าของตัวเอง

และค่อย ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับแกรมม่านั้น มาพร้อม ๆ ไปกับการพูดภาษาอังกฤษ และเชื่อว่าการพูดภาษาอังกฤษเก่งนั้น อยู่ใกล้ ๆ แค่เอื้อมนี้เองค่ะ!

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด

อยากเก่งอังกฤษ แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

ถ้าคุณอยากพูด ฟัง และใช้ภาษาอังกฤษเก่ง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้เบญช่วยคุณนะคะ เบญได้เตรียมเคล็ดลับเริ่มเก่งภาษาอังกฤษฟรี ที่ทั้งง่าย และรับรองเลยว่า จะช่วยให้คุณได้เริ่มก้าวแรกของการเก่งภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้อง และไม่ต้องลองผิดลองถูกเองอีกต่อไป

มาเป็นครอบครัวเดียวกัน และเริ่มเก่งภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

homepage