15 สิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าต้องทำ ถ้าอยากพูดภาษาอังกฤษได้เก่งไว

|

คุณเคยเห็นคนอื่นพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งแล้วมันดูง่ายมากมั้ย

คุณเคยฝันเห็นตัวเองพูดภาษาอังกฤษด้วยความมั่นใจหรือเปล่า

คุณเลยตัดสินใจแล้วว่า นี่แหละคือเวลาของคุณที่จะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

ถ้าคุณทำตาม 15 สิ่งที่ต้องทำตามข้างล่างนี้ คุณจะพูดภาษาอังกฤษเก่งแน่นอน 💪

15 เคล็ดลับ ที่จะทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษเก่ง

1. พูดภาษาอังกฤษกับตัวเองเป็นประจำ

คนที่จะมีเวลายอมคุยกับคุณตลอดเวลา ก็คือตัวคุณเองค่ะ 👉😉

ถึงแม้ว่าจะมีหลายวิธีเลยที่คุณจะฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ สิ่งแรกเลยที่คุณควรทำและเป็นสิ่งที่เบญทำและเหตุผลมากจริง ๆ ก็คือการพูดภาษาอังกฤษกับตัวเอง

ไม่ว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษกับตัวเองหน้ากระจก เล่าเรื่องสั้น ๆ ให้กับตัวเองตอนเข้าห้องน้ำ หรือว่าบอกตัวเองให้ทำอะไรบางอย่างเป็นภาษาอังกฤษ เช่น

Good morning beautiful, wow I slept 8 hours last night. Good job Ben.

Oh no I almost forget to take my bag with me to work.

I need to put a pen, notebook, laptop, phone and water bottle in my bag.

จริง ๆ เบญเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนทำเป็นประจำอยู่แล้ว เป็นภาษาไทย และลองทำเป็นภาษาอังกฤษดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่ามันสนุกดี และก็ช่วยให้ตัวเองเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้มากขึ้นด้วย

2. เริ่มจากบทสนทนาภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แกรมม่า

แม้ว่าเราจะโดนสอนมาแต่เด็กว่าให้จำหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษให้แม่น แล้วเราจะเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง

เบญไม่ค่อยซื้อคำพูดแบบนี้เท่าไหร่ค่ะ เพราะว่าจากประสบการณ์ตรง และคิดว่าคุณเองก็น่าจะเคยผ่านมาเหมือนกันในการนั่งเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนมามากกว่า 10+ ปี ท่องจำแกรมม่าได้ทุกแบบ สอบได้คะแนนเต็ม แต่ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ 😭

ความจริงก็คือ แม้ว่าเจ้าของภาษาเองก็ยังพูดแกรมม่าผิดค่ะ เพราะมันไม่ใช่การสนทนาที่ใช้พูดจริงในชีวิตประจำวันเลย

การพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง คือการที่เราสนทนากับคนที่เราคุยด้วยได้ และเข้าใจว่าทั้งสองฝ่ายกำลังจะสื่ออะไร และจะให้พูดตามตรง เวลาคุยพูดภาษาอังกฤษจริง ๆ ก็นึกไม่ออกหรอกค่ะว่าเรียนแกรมม่าอะไรมาบ้าง

เวลาเราเรียนรู้ประโยคภาษาอังกฤษพวกนี้ จะทำให้เรารู้จักแกรมม่าไปในตัวอยู่แล้ว ดังนั้นเริ่มจากการฝึกพูดตาม หรือเรียนบสนทนาภาษาอังกฤษง่าย ๆ ก่อนเลย เช่น

🢒 บทสนทนาภาษาอังกฤษในร้านอาหาร

🢒 บทสนทนาภาษาอังกฤษคุยโทรศัพท์กับเพื่อน

🢒 บทสนทนาภาษาอังกฤษที่โรงแรม

3. ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่ง เพิ่มความมั่นใจ

ตัวเองพูดภาษาอังกฤษก็พอได้นะ แต่พอเจอฝรั่งปุ๊บ… เครื่องรวนเลยทันที 🤣

เบญเองเป็นเยอะมากเมื่อก่อน แต่ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะว่าเราเจอเจ้าของภาษาเราเลยกลัวว่าเราจะพูดผิด แต่จริง ๆ เค้าไม่ได้มานั่งจับผิดเราหรอก เราคิดมากไปเอง

เบญเลยหาทางออกโดยการไปหาครูฝรั่งจากเว็บ iTalki และทำรีวิวมาให้เพื่อน ๆ อ่าน

iTalki

จะบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ เพราะหลังจากที่เริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเว็บนี้ได้ไม่นาน เบญรู้สึกว่ามั่นใจที่จะกล้าพูดภาษาอังกฤษขึ้นเยอะมาก

ถ้าคุณฝึกกับเว็บนี้ได้ทุกวันก็จะดีมาก แต่ถ้าไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้นก็ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจขึ้นได้เยอะแบบเห็นได้ชัดเลย

ตอนนี้เจอกับฝรั่งที่ไหนก็กล้าพูดมากขึ้น และที่สำคัญฟังสำเนียงเจ้าของภาษาออกด้วย

ใครที่ยังไม่เคยลองเรียนกับเว็บนี้ ถือว่าคุณพลาดมากเลยค่ะ แต่ก็ยังไม่ช้าเกินไปนะคะ เข้าไปเลือกครูฝรั่งที่ตัวเองชอบ และก็ฝึกพูดภาษาอังกฤษบูสความมั่นใจกันหน่อยเร็ว

4. ตอบกลับง่าย ๆ แค่ตั้งใจฟังคำถาม

คนที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ ก็คือคนที่ฟังภาษาอังกฤษได้ด้วยค่ะ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าคุณต้องฟังภาษาอังกฤษอก 100% ก่อนที่จะเริ่มพูดภาษาอังกฤษนะคะ

แต่เทคนิคง่าย ๆ ที่คุณจะเริ่มคุยภาษาอังกฤษได้โดยที่อาจจะยังพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งก็ตาม ก็คือการตั้งใจฟังคำถาม และใช้คำถามนั่นแหละมาตอบ หลักง่าย ๆ ก็คือ

ถ้าคำถามขึ้นด้วยคำว่าอะไร ให้ลงท้ายประโยคคำตอบด้วยคำนั้น เช่น

Does he want to eat pizza? → Yes, he does.

Does she want to go swimming? No, she doesn't.

และประโยคคำถามภาษาอังกฤษก็จะมีขึ้นต้นอีกไม่กี่คำ เช่น Can, Is, Do และ Are เช่น

Do you want to talk about it? → Yes, I do.

Can Sam come to the party tonight? → Yes, he definitely can.

Is that cat yours? → No, it isn't.

เห็นมั้ยคะว่าเราไม่จำเป็นต้องตอบยาว ๆ หรือว่าพูดประโยคคำถามซ้ำเพราะว่าคนถามเค้าให้รายละเอียดมาหมดแล้วค่ะ

ตอนนี้คุณเองก็เริ่มหยุดตอบคำถามด้วยแค่คำว่า yes yes หรือ no no ได้แล้ว แต่เพิ่มคำลงไปนิดหน่อยตามเทคนิคข้างบน รับรองว่าฟังดูลื่นหูกว่าเยอะเลยจ้า

5. เรียนกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด

แม้ว่าตอนนี้คุณจะฝึกพูดภาษาอังกฤษ หรือเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง หรืออาจจะฝึกพูดภาษาอังกฤษตัวต่อตัวออนไลน์กับ iTalki ตามที่เบญแนะนำไว้ข้างบน

ก็ยังจะอยากจะแนะนำให้คุณหาคอร์สเรียนที่จะช่วยให้คุณได้เรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และประโยคภาษาอังกฤษใหม่อยู่เสมอ จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไวคูณสองค่ะ

EnglishClass101 เป็นคอร์สที่เบญภูมิใจนำเสนอ เพราะเหมาะสำหรับคนที่อยากเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน รวมถึงจะช่วยพัฒนาการฟัง และการพูดภาษาอังกฤษของคุณด้วย

คอร์สนี้จะมีคำศัพท์ และประโยคสนทนาภาษาอังกฤษให้คุณได้ฝึกฟัง และพูดตาม มีหัวข้อให้เลือกหลากหลายด้วยนะคะ เรียนทุกวันก็ไม่เบื่อ

EnglishClass101

แรก ๆ อาจจะพูดตามไม่ทันเหมือนต้นฉบับ บางครั้งเบญก็ต้องฝึกพูดซ้ำไปซ้ำมา แต่สุดท้ายก็จะพูดได้ค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งหงุดหงิดถ้าคุณเพิ่งเริ่มเรียนกับคอร์ส EnglishClass101 แล้วรู้สึกว่ามันพูดตามยากจัง

วิธีเรียน ราคา และตัวอย่างการเรียนเวอร์ชั่นเต็ม ๆ อ่านได้ที่ รีวิว EnglishClass101 เลย

6. ตั้งเป้าหมาย และจัดตารางเรียนที่ทำได้จริง

มีโอกาสสูงมากที่คุณจะล้มเลิกความฝันที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะว่าคุณไม่มีเป้าหมาย และไม่มีแผนการเรียนที่แน่ชัด

แต่นอกจากที่จะแน่ชัดแล้ว ต้องเป็นสิ่งที่คุณทำตามได้จริงด้วย จากการดูตารางชีวิตจริง ๆ ของคุณ ไม่งั้นก็จะเป็นการวางแผนที่เสียเวลาเปล่า และคุณจะรู้สึกว่าคุณทำมันไม่ได้และถอดใจค่ะ

เริ่มจากการตั้งเป้าหมายกันก่อน:

แม้ว่าเป้าหมายใหญ่ของคุณคือ การพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง แต่เบญแนะนำให้คุณมีเป้าหมายย่อย ๆ ที่จะทำตามได้ และรู้สึกว่าคุณกำลังก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ เช่น

🢒 เรียนคำศัพท์ใหม่ 10 คำ และจำคำแปลได้ใน 1 อาทิตย์

🢒 ดูหนังภาษาอังกฤษแบบไม่มีบรรยายไทย และเข้าใจมากกว่า 70% ภายในเดือนนี้ (อ่านเคล็ดลับฝึกภาษาอังกฤษจากการดหนังเพิ่มได้ที่นี่)

🢒 เล่าเรื่องภาษาอังกฤษสั้น ๆ ได้มากกว่า 1 นาที แบบไม่หยุด ภายใน 3 อาทิตยย์

เห็นมั้ยคะว่ามันเป็นเป้าหมายที่ทำได้จริง โดยที่ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป แต่การทำแบบนี้จะทำให้รู้ว่าคุณกำลังพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ และมันพิสูจน์ได้จริง ๆ

มาทำตารางเรียนพูดภาษาอังกฤษกันต่อ:

พอเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว เราก็จะทำตารางได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยการดูที่ตารางชีวิตของเราก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มเขียนตารางที่เราทำได้จริง ไม่ต้องใส่เรียนพูดภาษาอังกฤษ 3 ชม./วันนะคะ ถ้าคุณทำไม่ได้

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะทำให้เราทำตารางที่เราทำตามได้จริง ก็คือการใส่เวลาที่แน่นอนลงไปด้วยค่ะ และตัดสินใจว่านี่คือ priority คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรา ถ้าอยากเจอเพื่อน ให้นัดกันหลังทำสิ่งที่ต้องทำในตารางก่อนแล้ว

ดูเหมือนจะทำได้ยาก และเราต้องเสียสละอย่างมาก แต่ผลลัพธ์ของมันก็คุ้มมากเช่นกัน!

สืบเนื่องมาจากเป้าหมายสมมติของเบญ ตารางก็อาจจะเป็นประมาณนี้ค่ะ…

ตารางเรียนพูดภาษาอังกฤษ

ไม่ว่าคุณจะพิมพ์เหมือนเบญ หรือเขียนลงในกระดาษ ก็จัดได้เลยค่ะ ตามที่ชอบ

เห็นมั้ยคะว่าตารางของเบญทำตามได้ไม่ยาก ทำนู่นนี่อย่างละ 15-30 นาที และก็แบบวันเว้นวันเอง ส่วนวันที่เราไม่ได้มีตารางเรียน ก็แค่ทบทวน และเน้นฝึกพูดออกเสียงค่ะ

หวังว่าคุณจะลองใช้เวลาไม่นาน ตั้งเป้าหมาย และทำตารางเรียนพูดภาษาอังกฤษให้ตัวเองเลยนะคะวันนี้ และเบญจะบอกว่ามันสะดวก และได้ผลดีมาก ๆ เลยค่ะ 🙂

7. กล้าเลียนแบบสำเนียงให้เป๊ะ ไม่ต้องอาย

เบญสัญญากับตัวเองว่า “ถ้าเบญพูดภาษาไทย เบญก็จะพูดให้ชัดแบบไทยเป๊ะ และถ้าเบญพูดภาษาอังกฤษ เบญก็จะพูดออกเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษาเป๊ะ ๆ เหมือนกัน”

เพราะจริง ๆ แล้วการออกเสียงภาษาอังกฤษกับภาษาไทยค่อนข้างต่างกันเยอะค่ะ และนั่นเลยก็เป็นปัญหาหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นว่าทำไมเราพูดภาษาอังกฤษแล้วฝรั่งไม่เข้าใจ

มีหลายวิธีที่เบญได้แบ่งปันไว้ว่าคุณจะฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องได้ยังไง

แต่ถ้าคุณลงเรียนพูดภาษาอังกฤษกับ iTalki อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะไม่ว่าคุณจะอยากพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน สำเนียงบริทิช ก็มีครูเจ้าของภาษาให้เลือกเรียนด้วย

แต่อย่าลืมที่จะฝึกฟังการออกเสียงของคุณครู และพูดตามให้เหมือนมากที่สุดนะคะ บอกครูไปด้วยก็ได้ว่าเราอยากจะ improve my English pronunciation อยากพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษของตัวเอง ครูเค้าจะได้ช่วยได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

เพราะเบญรู้ว่า เบญได้แนะนำเว็บ iTalki ที่เหมาะกับการฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษมากที่สุดให้แล้ว เบญเลยสบายใจได้ค่ะ ว่าคุณทำได้แน่นอน

แค่อยากจะเน้นให้คุณไม่ลืมเฉย ๆ ว่า ออกเสียงให้ชัดเจน ถูกต้อง ตามสำเนียงเจ้าของภาษา สำคัญมาก ๆ เลยนะคะ ในการพูดภาษาอังกฤษ

8. จำไว้เสมอว่ายิ่งฝึก ยิ่งเก่ง

“Practice Makes Perfect”

คนที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้ หรืออยากเก่งในเรื่องอื่น ๆ ก็ต้องจำคำพูดนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลย เพราะไม่มีอะไรที่เราจะได้มาง่าย ๆ โดยที่ไม่ทุ่มเท ฝึกฝน และให้เวลากับมัน

นั่นหมายถึงว่า เราควรทำสิ่งที่เราทำอยู่ซ้ำ ๆ ฝึกพูดภาษาอังกษซ้ำ ๆ ฝึกออกเสียงซ้ำ ๆ เรียนคำศัพท์เดิมซ้ำ ๆ กุญแจสำคัญอยู่ที่ความสม่ำเสมอค่ะ

เบญเองเรียนภาษาอังกฤษมามากกว่า 5 ปีแล้วค่ะ แต่ทุกวันนี้ก็ยังต้องฝึกพูดภาษาังกฤษ ฝึกฟังภาษาอังกฤษ และทบทวนคำศัพท์ที่ตัวเองรู้จักบ่อย ๆ

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราหยุดพูด หยุดฟัง หยุดใช้ มันก็จะหายไป 😔 ฟังดูน่าเศร้า แต่เป็นความจริงค่ะ

และคุณเองก็ต้องยอมรับว่า ยิ่คุณฝึกมากเท่าไหร่ คุณก็จะเก่งไวเท่านั้น

คนที่ฝึกพูดภาษาอังกฤษ 1 ครั้ง/อาทิตย์ ก็จะพูดได้ช้ากว่าคนที่ฝึกพูด 5+ ครั้ง/อาทิตย์แน่นอน แต่ยังไงก็ยังจะพูดได้และพูดเก่งกว่าคนที่ไม่เคยฝึกเลยค่ะ

ฉะนั้นจัดตารางเวลาของเราให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในแต่ละวัน

9. แต่งประโยคภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่คุณได้เรียนมากับ EnglishClass101 หรือว่า Flashcards คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่คุณทำได้เอง

อยากให้คุณลองเอาคำศัพท์พวกนั้นมาแต่งประโยคง่าย ๆ ค่ะ เหมือนกับในรูปข้างล่างนี้เลยที่เบญเคยสอนนักเรียนแต่งประโยค

การแต่งประโยคภาษาอังกฤษจะช่วยให้คุณเข้าใจการใช้คำศัพท์นั้น และจำคำศัพท์นั้นได้มากขึ้น รวมถึงจะช่วยทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษและตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษได้ไวขึ้น เมื่อต้องพูดจริง ๆ เพราะคุณจะเริ่มคิดเป็นภาษาอังกฤษ

และนี่เป็นจุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องสั้นด้วยค่ะ เพราะเมื่อคุณแต่งประโยคสั้น ๆ เป็นแล้ว ก็เอาประโยคสั้น ๆ มารวมกันเป็นเนื้อเรื่องได้เลย

ลองทำดูนะคะ แบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่งแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ

10. ยอมรับว่าพูดผิด ฟังไม่ออก เป็นเรื่องธรรมดา

ให้คุณลบคำพูดที่ว่า “เก่งภาษาอังกฤษก่อนแล้วค่อยเริ่มพูดภาษาอังกฤษ” หรือ “ถ้าพูดผิดนะ ฝรั่งจะไม่เข้าใจเราเลยทันที” และ “โอ๊ย พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอะไรเนี่ย เหน่อมาก ๆ เลย”

ทุกคนรู้ว่าการเรียนภาษา หรือพูดภาษาอังกฤษไม่ง่ายเลยค่ะ และในความเป็นจริง ถ้าคุณไม่เคยพูดผิดเลย คุณก็จะไม่มีวันรู้ว่าต้องแก้ไข และพัฒนามันยังไง คุณจะย่ำอยู่กับที่ ไม่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมาเลยด้วยซ้ำ

แต่อย่างที่เบญบอกข้างบนค่ะ เราต้องฝึกพูดบ่อย ๆ ฝึกฟังบ่อย ๆ ถึงจะช่วยให้เราพูดได้ และฟังออก แต่ระหว่างนั้นมันก็ไม่ง่าย

จะมีหลายครั้งที่เราอายเพราะใช้คำผิด ยืนงงที่ฟังสำเนียฝรั่งไม่ออก และอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เพราะนึกคำตอบไม่ออก และนั่น เป็นเรื่องปกติมากเลยค่ะ

คนที่ประสบความสำเร็จในการเรียนภาษา คนที่พูดภาษาอังกฤษได้เก่งเกือบเท่าเจ้าของภาษา ก็เคยผ่านสิ่งเหล่านั้นมาก่อน แต่เค้าไม่ได้หยุด หรือไม่ได้ยอมแพ้ค่ะ

ในช่วงที่คุณกำลังฝึกและยังพูดผิดอยู่ จดเอาไว้ได้เลยค่ะ คุณจะได้กลับไปอ่าน และคุณอาจจะทำผิดซ้ำ ๆ 10 ครั้ง 20 ครั้ง แต่ครั้งที่ 21 คุณอาจจะทำได้ถูก และทำถูกตลอดไปหลังจากนั้นก็ได้

แค่ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด เอามาแก้ไข ทำใหม่ และไปต่อค่ะ ❤️

11. ใช้คำแสลงภาษาอังกฤษเหมือนเจ้าของภาษา

เริ่มหัดใช้ประโยค และคำพูดที่เจ้าของภาษาใช้กันด้วยนะคะ คุณจะได้ฟังเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น ไม่ดูทางการ หรือเหมือนกับหุ่นยนต์มากเกินไป เช่น

แทนที่จะบอกว่า Hello. How are you? เปลี่ยนเป็น Hey, how's it going?

แทนที่จะพูดว่า Thank you so much. เปลี่ยนเป็น Thanks!

แทนที่จะถามว่า Do you understand? เปลี่ยนเป็น Got it?

และคำแสลงภาษาอังกฤษอื่น ๆ อีกที่คุณเข้าไปอ่านเพิ่มและฝึกพูดตามได้เลยค่ะ อย่าลืมเอาไปใช้จริงเวลาพูดภาษาอังกฤษด้วยนะคะ

แรก ๆ มันจะรู้สึกแปลก ๆ ว่าเอ้ย ฉันพูดผิดมั้ยนะ แต่หลัง ๆ เราจะชิน และจะทำให้เราฟังฝรั่งออกด้วยค่ะ เพราะนั่นคือภาษาที่เค้าใช้พูดจริง ๆ

12. หาโอกาสพูดภาษาอังกฤษกับคนอื่น

นอกจากที่คุณจะฝึกพูดภาษาอังกฤษกับตัวเองแล้ว อย่าลืมรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่สนใจภาษาอังกฤษเหมือนกันและฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยกันนะคะ

เบญกับเพื่อน ๆ ที่คอนโดชอบรวมตัวกันเล่นไพ่ UNO ค่ะ และก็ทะเลาะกันเป็นทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 🤣

เล่นเกมภาษาอังกฤษ

จริง ๆ แล้วมีอีกหลายเกมเลยที่เล่นง่าย และคุณฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวได้ด้วย เช่น

🢒 เกมฝึกภาษาอังกฤษออนไลน์

🢒 บอร์ดเกมฝึกภาษาอังกฤษ

🢒 เกมฝึกพูดภาษาอังกฤษง่าย ๆ ที่บ้าน

การได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับคนอื่น ไม่ว่าจะผ่านเกม หรือว่าแค่คุยเล่นเฉย ๆ จะทำให้คุณสนุกมากขึ้น และรู้ตัวอีกทีตัวเองก็พูดภาษอังกฤษไปเป็นชั่วโมงแล้วค่ะ

13. เริ่มใช้โทรศัพท์ให้เป็นประโยชน์

เชื่อได้เลยว่าคุณเองอาจจะเป็นเหมือนเบญ ที่ใช้เวลาทั้งวันอยู่บนโทรศัพท์ ไม่คุยกับเพื่อน ก็ทำงาน ไม่ทำงานไปไถเฟซบุ๊ค ดูวีดีโอไปทั่ว

แต่สิ่งนึงเลยที่คนที่ตั้งใจอยากจะพูดภาษาอังกฤษได้ทำบนมือถือของเค้าก็คือ…โหลดแอพฝึกภาษาอังกฤษ ไว้ฝึกเวลาที่ตัวเองมีเวลาว่างค่ะ นอกจากนั้นยังมีดูวีดีโอเป็นภาษาอังกฤษ หรือว่าเล่นเกมออนไลน์ภาษาอังกฤษด้วยนะคะ

ไม่ว่าคุณจะเข้าห้องน้ำ พักเบรคกินข้าว นั่งรอรถกลับบ้าน มีเวลาว่างช่วงไหน แทนที่จะหยิบมือถือมาช้อปออนไลน์หรือดูโพสต์ของคนอื่น ก็เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แอพโปรดที่เบญต้องมีติดมือถือไว้ และก็ช่วยเน้น ๆ ในเรื่องการฝึกพูด ก็คือแอพนี้ค่ะ…

แอพเรียนภาษาอังกฤษ Mondly

แอพเรียนภาษา Mondly มีหลายหัวข้อให้คุณเลือกเรียน เน้นที่คำศัพท์ และประโยคสนทนาทั่วไป

สิ่งที่เบญชอบมากที่สุดในแอพนี้ก็คือ ChatBot เป็นการฝึกโต้ตอบภาษาอังกฤษ เหมือนกับว่าเรามีเพื่อนฝรั่งมาแชทคุยกับเราได้ตลอดวันเลย และเบญแนะนำให้คุณเลือกเป็นตอบโดยการพูด จะได้ฝึกการพูดไปในตัวจ้า

วิธีใช้แอพนี้ และรายละเอียดอื่น ๆ ดูได้ในวีดีโอข้างล่างนี้เลย

14. เตรียมเงินไว้ลงทุนกับการเรียนพูดภาษาอังกฤษ

ถ้าถามว่าคุณจะมีวันพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย ถ้าไม่ต้องจ่ายเงินเลย

ก็อาจจะมีสิทธิ์นะคะ… ถ้าคุณย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ได้คุยกับคนฝรั่งตลอดเวลา หรือว่ามีแฟนเป็นคนฝรั่ง แต่สุดท้ายแล้ว เบญก็ยังรู้สึกว่าคุณยังต้องลงทุนเงิน ถ้าคุณจริงจังจริง ๆ และโดยเฉพาะถ้าคุณอยากพูดภาษาอังกฤษได้ไว

ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับคนอื่นได้ก็จริง แต่ถ้าพวกเค้าไม่ใช่ครู หรือไม่เคยสอนคนที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองมาก่อน เค้าก็อาจจะไม่เข้าใจเราค่ะ ทำให้เรายิ่งงงไปด้วย

ทางที่ดีที่สุด ก็คือ เตรียมเงินไว้ลงทุนเพื่อความฝันนี้ของคุณด้วย

เบญไม่ได้พูดถึงเป็นแสน เป็นหมื่นต่อเดือนนะคะ เพราะโดยส่วนตัวเองเบญก็ไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น และไม่ได้กล้าลงทุนขนาดนั้นค่ะ แม้จะเป็นความฝันที่อยากให้เป็นจริงก็เถอะ

แต่ลองดูคอร์สที่เบญแนะนำคุณไว้รก ๆ ช่วงข้างบนเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น EnglishClass101, Mondly หรือ iTalki ราคาของแต่ละคอร์สก็เบามาก ๆ เลยค่ะ และเป็นคอร์สที่เบญเลือกมาแล้วว่า เหมาะกับคนที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้จริง ๆ

เบญแนะนำให้คุณลองเปิดใจและลงทุนกับความฝันนี้ เพราะการลงทุนกับความรู้จะไม่มีวันขาดทุน และไม่มีวันเสียเปล่าค่ะ (ยกเว้นคุณตกหลุมพลางซื้อคอร์สที่หลอกลวง 😬)

15. ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมแพ้ และมุ่งมั่นตั้งใจต่อไป

พวกเราทุกคนอยู่ในลู่วิ่งเดียวกัน และมีเส้นชัยเดียวกันก็คือการพูดภาษาอังกฤษได้เก่ง

แต่กว่าจะถึงเส้นชัยนั้น เบญรู้ว่ามันต้องแลกมาด้วยหลายอย่าง และมันจะมีวันที่เรายุ่งจนไม่อยากทำตามตารางที่ทำไว้ วันที่เราเหนื่อยเพราะรู้สึกว่าทำไมมันยากจัง

แต่เบญเป็นกำลังใจให้ค่ะ และอยากให้คุณไปต่อ อย่ายอมแพ้ และก็อย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเองด้วย เมื่อคุณทำตามเป้าหมาย 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือนได้สำเร็จ

เป้าหมายย่อย ๆ และการเห็นค่าความสำเร็จน้อย ๆ จะทำให้คุณไปถึงความฝันได้ในไม่ช้า

ถ้ารู้สึกท้อวันไหน อยากบ่นว่าทำไมมันยากจังวะ คอมเม้นมาใต้โพสต์นี้ได้ตลอดเลยนะคะ เบญเชื่อว่าครอบครัว Fight Flor Fluency จะเป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอ

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันจนจบนะคะ หวังว่าคุณจะเอาคำแนะนำ 15 ข้อนี้ไปทำตาม และได้เห็นการพัฒนาของตัวเองเร็ว ๆ นี้ค่ะ

เลือกการแจ้งเตือน *สำคัญมาก
แจ้งเตือน
guest

0 Comments
Inline Feedbacks
ดูคอมเม้นทั้งหมด

อยากเก่งภาษา แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง?

เบญมีแบบทดสอบ เพื่อช่วยหาคอร์สเรียนที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับคุณมากที่สุด

โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งหาเอง ราคาถูก สอนโดยเจ้าของภาษาแท้ ๆ และรับรองได้เลยว่าจะช่วยให้คุณเก่งภาษาในฝันของคุณได้ในชาตินี้อย่างแน่นอน